ห้องข่าวภาคเที่ยง - ญาติของนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถเก๋งของ "อาจารย์หมอ" ขับรถฝ่าไฟแดง พุ่งชนรถจักรยานยนต์ ที่จังหวัดเชียงราย ยังยืนยัน ขอความเป็นธรรมให้ครอบครัวผู้สูญเสีย
หลังจากที่ อาจารย์หมอ เข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่ สภ.บ้านดู่ จังหวัดเชียงราย เมื่อวาน (31 ส.ค.) อาจารย์หมอ ผู้ขับรถเก๋งคันเกิดเหตุ เดินทางไปพร้อมกับคณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ในเบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหากับ อาจารย์หมอ คือ "ขับรถประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินเสียหาย"
เจ้าตัว บอกว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถกลับจากที่ทำงานในตัวเมืองเชียงรายเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพัก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงสัญญาณไฟเหลืองไฟส้ม ด้วยความประมาท ตัดสินใจเร่งเครื่องฝ่าไฟจราจรออกไป ยอมรับว่าไม่ได้เบรกรถ และมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาที่จอดติดไฟแดงอยู่ ยืนยันว่าไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ และผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบว่าเป็นศูนย์
หลังเกิดเหตุเมื่อตั้งสติได้ รีบลงจากรถไปดูผู้ประสบเหตุทันที ตอนแรกเห็นผู้บาดเจ็บในรัศมีสายตา 2 คน คนหนึ่งยังมีอาการดิ้นได้แต่อีกคนหนึ่งนอนนิ่งไม่มีชีพจร รีบเข้าไปช่วยเหลือคนที่มีอาการหนักที่สุดก่อนด้วยการล็อกคอและประคองหนุนตัวเพื่อเตรียมทำ CPR รวมถึงช่วยยกคางเปิดปาก เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
ที่ผ่านมาได้ไปร่วมงานศพ ช่วยค่าทำศพเบื้องต้นและพยายามพูดคุยขอโทษครอบครัวผู้สูญเสียอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงแรกทางญาติอาจยังไม่พร้อมเจรจา จนต้องเว้นระยะห่างไว้บ้าง ยืนยันว่าจะไม่หนี และยินดีรับผิดชอบเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
ความคืบหน้าเช้าวันนี้ น้าสาวของ "น้องแป้ง" 1 ในนักศึกษาสาวที่เสียชีวิต โพสต์ว่า กล้องหน้ารถของอาจารย์หมอ มีไหม มีรูปตอนที่หมอช่วยทำ CPR ให้น้องหรือไม่ แล้วที่เข้ามาร่วมในงานศพของน้องแป้งเพราะรู้ว่าผิด หรือมาเก็บรูปไปใช้ในชั้นศาล
น้องแป้ง หรือ นางสาวนิชาภา อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สำนักวิชานิติศาสตร์ เสียชีวิตในวันเกิดเหตุ และได้มีพิธีฌาปนกิจที่บ้านเกิดในจังหวัดน่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้ อาจารย์หมอ ได้ออกมาบอกว่าพร้อมเจรจาค่าชดใช้เยียวยา มีรายงานว่าทางครอบครัวของน้องแป้ง กำลังนัดวันเวลากับทางสำนักวิชานิติศาสตร์ ที่น้องแป้งเรียนอยู่ เพื่อเจรจากับทางอาจารย์หมอ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นเมื่อไร
ส่วนกรณีของ นางสาวอัลฟาริน นักศึกษา ปี 1 สำนักวิชานิติศาสตร์ อีกคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ครอบครัวได้นำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ภูมิลำเนาคือจังหวัดปัตตานี การเจรจายังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เพราะทางครอบครัวยังทำใจรับไม่ได้กับการสูญเสีย
สำหรับอาการของนักศึกษาอีก 1 คน ที่ได้รับบาดเจ็บ ยังอยู่ในความดูแลของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แพทย์ ระบุว่า ผู้ป่วยมีบาดแผลที่แขนและขา และกระดูกใบหน้าหัก แต่ไม่ได้กระทบกระเทือนถึงสมอง