ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อคืนนี้ ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ยังคงเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหารกึ่งผับ และร้านที่อยู่ในข่าวความเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายเป็นคืนที่ 2 ซึ่งก็เจอ 1 ร้าน ที่เข้าข่ายกระทำผิด ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง "ผับลับ" ตำรวจยังไม่ทิ้งประเด็นสืบสวน กำลังขยายผลตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ
คืนที่ 2 ของการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหารกึ่งผับ และร้านที่อยู่ในข่าวความเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ห้วยขวาง เริ่มมีการตรวจตามการจัดประเภทที่ได้ให้แนวทางกับชุดปฏิบัติ
เริ่มต้นร้านแรกก็เจอเลย เป็นร้านอาหารกึ่งผับ ในซอยรัชดาภิเษก 7 ตรวจสอบไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ และใบอนุญาตจำหน่ายสุรา แต่กลับมีการจำหน่ายสุราให้กับลูกค้า มีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินชัดเจน จึงดำเนินคดีไป 2 ข้อหา ฐานจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 5,000 บาท และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจะต้องนัดส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือตามขั้นตอน
ส่วนที่เหลืออีก 3 ร้าน เป็นร้านที่อยู่ในกลุ่ม "สีเหลือง" ที่อาจมีความบกพร่องด้านเอกสารอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับเจตนากระทำผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบไม่พบว่าเข้าข่ายกระทำผิด
สำหรับการดำเนินคดีกับ "ผับลับ" ซอยประชาอุทิศ 11 เมื่อวานนี้ ตำรวจได้พาตัวชาวต่างชาติ 7 คน ไปส่งฟ้องศาลแขวงฯ โดยชาวจีนที่เป็นดีเจ และเอ็มซี 5 คน ถูกดำเนินคดีฐานลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งความผิดนี้มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท ชำระค่าปรับเสร็จแล้ว ก็จะผลักดันออกนอกประเทศทันที และจะพิจารณาขึ้นแบล็กลิสต์ ห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพ
ส่วนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ที่พบมีการใช้สารเสพติดภายในผับ ก็ถูกดำเนินคดีฐานเสพยาเสพติดประเภท 1 ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังการดำเนินคดี ตำรวจจะดำเนินการเพิกถอนวีซ่า และผลักดันส่งกลับประเทศทันที ตามระเบียบใหม่ ไม่มีการผ่อนปรนเหมือนในอดีต และจะถูกพิจารณาขึ้นแบล็กลิสต์ เป็นบุคคลห้ามเข้าประเทศด้วย
ส่วน "นายชาติ" เจ้าของร้านถูกแจ้งไป 2 ข้อหา ฐานจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ถูกส่งฟ้องศาลฯ ไปแล้ว
พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในฐานะ "รักษาราชการแทน ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง" บอกว่า เรื่องการขยายผลสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับ "ผับลับ" ตอนนี้กำลังเริ่มขอตรวจสอบเส้นทางการเงิน จากการชำระเงินผ่านแอปฯ ต่างประเทศ เพราะในเอกสารบันทึกการจับกุมที่ได้รับมาจาก "กรมการปกครอง" ไม่มีรายละเอียดในส่วนนี้
ส่วนประเด็นเรื่อง "ดส.โจ" หรือ "โจ ดส." ทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดเดียวกันกับที่มีการสอบความบกพร่องของตำรวจ 5 นาย สน.ห้วยขวาง
สำหรับข้อมูลของ "โจ ดส." เท่าที่เปิดเผยได้ พบว่ามีตัวตนจริง เป็นตำรวจ สังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. ก่อนหน้านี้เคยสังกัด กองกำกับการสวัสดิภาพเด็ก และสตรี หรือ "ดส." แต่ปัจจุบันไม่ได้สังกัดที่นี่แล้ว ย้ายไปสังกัดหน่วยอื่น แต่ยังอยู่ในต้นสังกัดเดิม คือ บช.น. ยศปัจจุบันคือ "พันตำรวจเอก" นอกนั้นเป็นเพียงข้อมูลที่กรมการปกครองได้รับทราบมาจากเจ้าของร้าน คือ มีชื่อเป็นหุ้นส่วน แต่อ้างว่าไม่ได้มอบผลประโยชน์ใด ๆ ให้ แค่นับถือกันเป็นพี่น้อง
ซึ่งประเด็นที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กำลังตรวจสอบ คือ ความเกี่ยวข้องกับ "ผับลับ" รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ และส่วนเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ว่ามีจริง หรือไม่