เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจคุมตัวเจ้าของสนามไก่ชน พร้อมเพื่อนฝากขังต่อศาลฯ หลังร่วมกันทำร้ายหัวขโมยบาดเจ็บสาหัส ฝากเตือนประชาชนดูเป็นคดีตัวอย่าง การปกป้องทรัพย์สินต้องไม่เกินกว่าเหตุ มิเช่นนั้นจากเจ้าทุกข์ ก็จะกลายเป็นผู้ต้องหา
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ "นายกิตตินันท์" เข้าไปขโมยของ ในสนามชนไก่ร้าง ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ขณะยกสิ่งของบางอย่าง ถูกกับดักยิงสัตว์ที่วางไว้ที่พื้นยิงใส่ขาบาดเจ็บ ล้มไปนอนกับพื้น
หลังจากนั้นไม่นาน "นายชินกฤต" เจ้าของสนามชนไก่ ได้ยินเสียงกับดักทำงาน เดินเข้าไปดูเหตุการณ์แทนที่จะเข้าไปจับกุม "นายกิตตินันท์" ส่งให้ตำรวจกลับไปหยิบขวานทุบใส่ใบหน้าและศีรษะของนายกิตตินันท์หลายครั้ง
จากนั้นก็เดินย้อนกลับไปทำร้ายอีกหลายรอบ ก่อนจะลากตัว "นายกิตตินันท์" ไปตรงต้นไม้ร่วมกับ "นายวัชรพล" ทำร้ายต่อ
พยายามจะใช้เชือกรัดคอ จนทำให้ "นายกิตตินันท์" บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะมีคนมาพบเห็น ภาพวงจรปิดนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้ดำเนินคดีกับ นายชินกฤตและนายวัชรพล
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ บอกว่าสนามไก่ชนแห่งนี้มีเนื้อที่ถึง 19 ไร่ ก่อนหน้านี้มีคนร้ายเข้ามาขโมยของบ่อยครั้ง หลังผู้ใหญ่ได้รับแจ้งก็เข้าไปตรวจตราประจำ
ส่วนเรื่องกับดักเจ้าของสนามชนไก่ คงตั้งไว้เพื่อป้องกันทรัพย์สิน เนื่องจากพื้นที่บ้านกว้างดูแลไม่ทั่วถึง ถูกโจรเข้ามาขโมยของหลายครั้งและอาจจะคับแค้นใจสะสมจึงทำร้ายซ้ำ ถือว่าเกินกว่าเหตุ
สำหรับ 2 ผู้ต้องหา ตำรวจส่งตัวฝากขังยังศาลฯ ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นไว้ก่อน พันตำรวจเอก สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้าฝากเตือนการใช้กับดับสัตว์ ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ยกตัวอย่างคดีนี้ หากเจ้าของสนามไก่ชนและเพื่อน จับหัวขโมยได้แล้วแจ้งตำรวจ เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ พร้อมเตือนวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลทรัพย์สิน ควรติดตั้งกล้องวงจรปิด ดูความเคลื่อนไหว หรือหากมีปืนก็ให้ยิงข่มขู่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ผู้กำกับการฯ ย้ำด้วยว่า การไปรุมทำร้ายหัวขโมยจนบาดเจ็บสาหัส จากเจ้าทุกข์ก็กลายเป็นผู้ต้องหาทันที ดังนั้นขอให้แจ้งตำรวจไปจับกุม