"ยกพลขึ้นบก" คาดพัทยาเงินสะพัด 100 ล้านบาท

View icon 43
วันที่ 2 ก.ย. 2569 | 16.02 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลายคนตื่นเต้นไปปักหลักรอต้อนรับ เรือ USS Abraham Lincoln เข้าเทียบท่าที่แหลมฉบับ พร้อมกับเรือคุ้มกันอีก 4 ลำ เมื่อช่วงเช้า คาดเมืองพัทยาเงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาท

ไม่ว่าจะสื่อมวลชนไทย หรือ ต่างชาติ ต่างก็ไปปักหลักรอ เรือ USS Abraham Lincoln เข้าเทียบที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน ปี 2549 และช่วงเดือนมกราคม ปี 2555 เรือเคยเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบังมาแล้ว ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยเรือจอดลอยลำตั้งแต่วันที่ 2-6 กันยายนนี้

ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยมีการแยกประตู และแยกเส้นทางเข้า-ออกของรถ และผู้ใช้บริการ โดยประตู 3 จะชะลอการใช้งานเป็นการชั่วคราวประมาณ 7 วัน เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่ในช่วงที่เรือสหรัฐฯทั้ง 5 ลำเข้าเทียบท่า

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศเมืองพัทยา เมื่อคืนนี้มีการติดตั้งป้ายต้อนรับ สร้างบรรยากาศการเป็นเจ้าบ้านที่ดีรับผู้มาเยือน คาดว่าจะเกิดการใช้จ่ายกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง การเดินทาง รถรับจ้าง ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยว โดยมีการปรับปรุงพื้นที่สำหรับเช็กอิน เพิ่มตู้กดเงินสด หรือ ตู้เอทีเอ็ม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเบิกเงินสดต่าง ๆ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่แตะระดับ 100 ล้านบาท ทั้งนี้กำลังพลส่วนหนึ่งเลือกเข้าพักภายในโรงแรม บางส่วนก็เลือกพักเกสต์เฮาส์หลายแห่งทั่วเมือง ขณะที่บางส่วนเลือกกลับไปพักบนเรือ ส่วนมาตรการด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้เตรียมแผนรองรับอย่างรัดกุมที่สุด

สำหรับกฎระเบียบและข้อห้ามที่ทหารเรืออเมริกันบนเรือรบ USS Abraham Lincoln ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเมื่อเดินทางมาเทียบท่าและขึ้นฝั่งที่พัทยา ประเทศไทย เพจ จ่าโอ ในกองทัพเรือมะกัน โพสต์ระบุ ข้อห้ามต่าง ๆ ได้แก่ ห้ามเล่นกีฬาทางน้ำทุกประเภท, ห้ามใช้สารเสพติด, ห้ามเข้าสถานบริการ ที่เอื้อต่อการกระทำผิดกฎหมาย,  ห้ามขับรถยนต์ จักรยานยนต์, ห้ามซื้อครอบครอง สารควบคุม อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องยาเสพติด, ห้ามซื้ออาวุธปืน หรือครอบครองอาวุธ

สำหรับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมด้วยทหารเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 นาย เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง พัทยา หลังจากลอยลำในทะเลมาเป็นเวลา 286 วัน ซึ่งรวมถึงการประจำการเป็นระยะเวลานานในตะวันออกกลาง

โดยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เรือ "ยูเอสเอส เอบราแฮม ลิงคอล์น" เดินทางออกจากท่าเรือเมืองแซนดีเอโก เพื่อมีส่วนร่วมในภารกิจการปิดล้อมทางทะเลและปฏิบัติการรบของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน ปกติแล้ว การส่งเรือไปปฏิบัติภารกิจจะกินเวลาราว 6-9 เดือน แต่อาจขยายระยะเวลาออกไปในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้ง ซึ่งสงครามระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน ยังคงยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตระบุว่า ระยะเวลาที่เรือรบลำนี้เข้าประจำการนั้นได้สร้างสถิติสำหรับยุคสมัยใหม่ ในการปฏิบัติการในทะเลติดต่อกันยาวนานที่สุด ท่ามกลางรายงานเกี่ยวกับความกังวลด้านสุขภาพจิต และสภาพความเป็นอยู่บนเรือที่ย่ำแย่ลง รวมทั้งเสบียงที่ขาดแคลน

แต่ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยออกมาปฏิเสธถึงรายงานความกังวลดังกล่าวแล้ว ส่วน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็เคยออกมาปฏิเสธรายงานดัวกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่าระยะเวลาที่เรือเข้าประจำการนั้นยัง "น้อยเกินไป" ด้วยซ้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง