เวลา 17.00 น. วันนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเททองหล่อพระนิรันตราย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และพระสัมพุทธพรรณี วัดราชาธิวาสวิหาร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จัดสร้างพระนิรันตราย เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตัก 3.48 นิ้ว และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และวัดราชาธิวาสวิหาร จัดสร้างพระสัมพุทธพรรณี ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว เนื้อบรอนซ์ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในนามรัฐบาลและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร 19 ไตร ถวายแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ และพระคณาจารย์อธิษฐานจิต มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี
พระนิรันตราย มีพุทธลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ภายใต้ซุ้มเรือนแก้วรูปพระศรีมหาโพธิ์ ยอดซุ้มประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ และมีอักษรขอมจารึกพระพุทธคุณทั้ง 9 ประการ, สำหรับพระสัมพุทธพรรณี มีพุทธลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางสมาธิ และครองจีวรตามแบบพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
จากนั้น เสด็จออกไพทีหน้าพระอุโบสถ ทรงเททองหล่อพระนิรันตรายเนื้อทองคำ และพระสัมพุทธพรรณี
พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ทรงสร้างและพระราชทานนามว่า พระนิรันตราย หมายถึง ปราศจากอันตราย และมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นอีก 18 องค์ พระราชทานแก่พระอารามฝ่ายธรรมยุติกนิกาย รวมถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
และในครั้งนี้วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างพระนิรันตราย เนื้อโลหะปิดทองเพิ่ม อีก 480 องค์ พร้อมเชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ท. ประดิษฐานบนพุทธบัลลังก์ เมื่อการจัดสร้างแล้วเสร็จ จะมอบให้แก่พุทธศาสนิกชนผู้บริจาคสมทบทุนโดยเสด็จพระราชกุศลต่อไป
สำหรับพระสัมพุทธพรรณี เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ทรงสร้างขึ้นเมื่อครั้งทรงพระผนวชและประทับจำพรรษา ณ วัดสมอราย ปัจจุบันคือ วัดราชาธิวาสวิหาร ภายหลังเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ โปรดให้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดให้จัดสร้างขึ้นอีกองค์หนึ่ง เป็นพระประธานประจำพระอุโบสถวัดราชาธิวาสวิหาร และอัญเชิญไปประดิษฐานในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า
โดยพระพุทธรูปทั้งสององค์ ออกแบบตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 4 ให้มีความสมจริงอย่างมนุษย์มากกว่าพระพุทธรูปในอดีต และปั้นหล่อโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ