สั่งฟัน Data Center ซุกน้ำมัน

View icon 17
วันที่ 3 ก.ย. 2569 | 07.05 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - หลังธุรกิจ "Data Center" เริ่มถูกพูดถึงว่าอาจทำให้เกิดอันตรายกับคนเมือง เพราะมีการก่อสร้างในเขตชุมชน โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีการสำรวจใด ๆ ว่าชาวบ้านจะเสี่ยงได้รับอันตรายหรือไม่ ตอนนี้หลายหน่วยงานเริ่มขยับ โดยผลสำรวจก็ชัดเจนว่ามีความเสี่ยงจริง ๆ

เป็นข้อกังวลของหนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ที่ร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังทราบข่าวเรื่องอาคาร Data Center และเห็นว่ากำลังมีหน่วยงานมาตรวจสอบ ว่า การประกอบธุรกิจนี้มีอะไรเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

สอดคล้องกับทีมข่าวเราที่ลงพื้นที่ไปก่อนหน้า โดยมีผู้ค้าในพื้นที่ยืนยันเช่นกันว่า หลังก่อสร้างอาคาร และต่อมาพบว่าเป็นอาคาร Data Center ก็เริ่มสังเกตเห็นท่อระบายน้ำมีน้ำมันรั่วไหลออกมา แม้ไม่รู้ว่าน้ำมันมาจากไหน แต่ก็กังวลว่าอาจเกิดอันตรายได้ หากปล่อยไว้นานจนสะสมก๊าซมีเทนจำนวนมาก

ส่วนภาพที่เห็นอยู่นี้ คือ หลักฐานการขนย้ายน้ำมันจำนวน 2 คัน เข้ามาในพื้นที่นี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อนำมาเติมลงคลังสำรองไว้ใช้ปั่นกระแสไฟฟ้า

เมื่อจิ๊กซอว์ถูกต่อเข้าด้วยกัน สุดท้ายคนเฉลยเรื่องนี้ คือ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือ โอ๋ สุดซอย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ซึ่งเข้าตรวจสอบ บริษัท ดาตาเซนเตอร์ ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง พร้อมบอกว่า เจ้าของบริษัทให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยอมรับว่าติดตั้งถังน้ำมันสำรองไว้ใต้อาคารแห่งนี้จริง โดยเติมน้ำมันเก็บไว้ราว ๆ 2 แสนลิตร เพื่อสำรองไว้ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ สถานที่แห่งนี้ก็เคยถูกตรวจสอบเรื่องน้ำมัน จนมีคำสั่งให้ขนย้ายน้ำมันทั้งหมดออกไปแล้ว พร้อมเปรียบเทียบปรับในส่วนที่ผิดกฎหมายด้วย

วานนี้ (2 ก.ย.) กระทรวงพลังงาน ก็ส่งตัวแทนไปแจ้งความที่ สน.มักกะสัน เอาผิดกรณีติดตั้งถังน้ำมันสำรองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว และหลังจากนี้จะไล่ตรวจสอบตามสถานที่ต่าง ๆ หากพบกระทำผิดในลักษณะเดียวกัน ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดด้วย

ส่วน เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตห้วยขวางที่ลงพื้นที่แห่งนี้ด้วย ก็ตรงเข้าตรวจสอบท่อระบายน้ำที่ประชาชนร้องเรียนว่า มีน้ำมันไหลในท่อระบายน้ำจนส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ผลตรวจสอบก็พบคราบน้ำมันลอยบนผิวน้ำ มีกลิ่นน้ำมันชัดเจน และน้ำทิ้งในท่อก็มีสีดำ

เจ้าหน้าที่อาคารดาตาเซนเตอร์ เล่าว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ผู้ประกอบการได้สำรองน้ำมันไว้ใช้ทดสอบระบบสำรองไฟฟ้า แต่ปัจจุบันยืนยันว่าไม่มีน้ำมันสำรองแล้ว จึงเก็บตัวอย่างน้ำในท่อไปวิเคราะห์ เพื่อดูว่ามีน้ำมันรั่วไหลจากสถานประกอบการจนไหลมาปะปนกับน้ำทิ้งในท่อระบายน้ำหรือไม่ หากพบเข้าข่ายกระทำผิด จะเอาผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที และจะยังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ย้อนกลับไปที่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยว ร่วมแถลงยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะที่ผ่านมากฎหมายไทยไม่มีนิยามของ Data Center ชัดเจน ผู้ประกอบการจึงอาจยื่นขออนุญาตก่อสร้างเป็นประเภทอาคารพาณิชย์ หรือ คลังสินค้า ทำให้การพิจารณาอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารและผังเมืองทั่วไป จึงไม่เข้าข่ายต้องทำ EIA หรือ ขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

แต่เมื่อ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนิยาม Data Center ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลักการนำไปอ้างอิงปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ทันกับรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนไปได้ แต่ระหว่างนี้ไม่มีการให้ใบอนุญาตเพิ่ม โดยยืนยันว่า Data Center ที่ขอแยกจากตัวอาคารเฉพาะ มีอยู่เพียง 3 แห่ง จาก 6 แห่ง ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว โดยในอนาคตก็จะมีการจัดโซนนิงเพิ่มอีกด้วย

ส่วนข้อห่วงใยเรื่องการขาดแคลนทรัพยากรทั้งกระแสไฟฟ้า และน้ำประปา ทั้ง 2 หน่วยงาน ก็ยืนยันมีไฟฟ้าและน้ำประปาเพียงพอ จะไม่กระทบกับประชาชนที่อาศัยใน กทม. อย่างแน่นอน

ทีมข่าวของเรายังไปดูจุดก่อสร้างอาคาร Data Center อีกแห่ง ใน จังหวัดปทุมธานี พบกำลังก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เรียงกัน 4 อาคาร ด้านบนมีเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่หลายสิบเครื่อง คล้ายอาคาร Data Center ย่านพระราม 9 แต่อาคารทั้งหมดตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ทำให้ ชาวบ้านไม่กังวลด้านความปลอดภัย เพราะอยู่ในโซนอุตสาหกรรม จึงไม่ได้รับผลกระทบแบบชาวบ้านที่อยู่ติดกับอาคารดาตาเซนเตอร์ในพื้นที่ กทม. 

ถามว่า ธุรกิจดาตาเซนเตอร์ ไทยจำเป็นต้องมีหรือไม่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. มองว่า Data Center และ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต เปรียบเหมือนกับไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมี เพียงแต่ต้องดูแลให้เกิดความคุ้มค่ากับทุกภาคส่วน ไม่ใช่มีผลกระทบด้านลบมากกว่าด้านบวก

  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง