เช้านี้ที่หมอชิต - สื่อต่างชาติจับตา เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ พร้อมทหารลูกเรือราว 5,000 นาย เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง พัทยา คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเหมือนยุคสงครามเวียดนาม
สื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนัก ติดตามรายงานข่าว เรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส เอบราแฮม ลิงคอล์น" (USS Abraham Lincoln) พร้อมด้วยทหารเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 นาย เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง พัทยา หลังจากลอยลำในทะเลมาเป็นเวลา 286 วัน ซึ่งรวมถึงการประจำการเป็นระยะเวลานานในตะวันออกกลาง
ซึ่งปกติแล้ว การส่งเรือไปปฏิบัติภารกิจจะกินเวลาราว 6-9 เดือน แต่อาจขยายระยะเวลาออกไปในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้ง ซึ่งสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังคงยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นสร้างสถิติสำหรับยุคสมัยใหม่ ในการปฏิบัติการในทะเลติดต่อกันยาวนานที่สุด ท่ามกลางรายงานเกี่ยวกับความกังวลด้านสุขภาพจิต และสภาพความเป็นอยู่บนเรือที่ย่ำแย่ลง รวมทั้งเสบียงที่ขาดแคลน
บรรดาสื่อต่างชาติ ต่างลงพื้นที่ สอบถามความเห็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยตามถนนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟนีออนของพัทยา ซึ่งเกือบทั้งหมดต่างตั้งตารอการมาเยือนของทหารอเมริกันในครั้งนี้ ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจและสินค้าของตน ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่เงียบเหงา จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง
โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการบริเวณถนนวอลค์กิ้งสตรีทอันโด่งดังของพัทยา ไม่ว่าจะเป็นบาร์ ร้านขายอัญมณี และร้านขายเสื้อผ้า บรรยากาศดูคึกคัก บางแห่งเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับบุคลากรของกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ด้วยความคาดหวังว่าบรรดาทหารทุกนาย ที่ไม่มีโอกาสจับจ่ายใช้สอยเงินตลอดช่วงปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลางกว่า 9 เดือน จะใช่จ่ายเงินสนุกมือในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนในพัทยา
ขณะที่มีรายงานว่า ทหารอเมริกันจะถูกห้ามเข้าไปในบางซอยที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งรวมบาร์อะโกโก้ที่มีเนื้อหาล่อแหลม และมีพนักงานร้านเพศหญิงจำนวนมาก ยืนอยู่หน้าร้านและอ้อนวอนให้ผู้ชายเข้ามาข้างใน รวมถึงห้ามกีฬาทางทะลที่มีอันตราย แม้ทางกองทัพสหรัฐฯ จะพยายามให้โอกาสลูกเรือได้พักผ่อนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็ตาม
มีข้อมูลว่ากันว่า หลังยุคสงครามเวียดนาม นับตั้งแต่ไซง่อนแตกในปี 2518 แล้ว นี่เป็นครั้งที่กำลังพลชาวอเมริกัน เดินทางมาเยือนพัทยาเป็นจำนวนมากที่สุด
ทุกฝ่ายจึงหวังว่าเมื่อครบกำหนดเดินทางออกจากพัทยา ในวันที่ 6 กันยายนนี้ พวกเขาจะผ่อนคลายเต็มที่และนำความทรงจำดี ๆ กลับไป
ขณะที่ธุรกิจต่าง ๆ ในพัทยา ก็หวังว่ามันช่วยช่วยยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง แม้อาจเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ ก็ตาม