ชาติ ยอมรับรู้จัก โจ ดส. คดีจับผับในอดีต

View icon 7
วันที่ 3 ก.ย. 2569 | 11.30 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามกันต่อกับความคืบหน้าคดี "ผับลับ" ย่านห้วยขวาง เมื่อวานตำรวจ เชิญตัวหุ้นส่วนของร้าน 3 คน มาให้ปากคำ หนึ่งในนั้นก็คือ "ชาติ" หุ้นส่วนใหญ่ 70% ของผับ ที่ยืนยันว่าเป็นผับของตัวเอง ไม่ใช่ของทุนสีเทาแต่อย่างใด

นี่ก็คือ "นายชาติ" ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่กว่า 70% ของ "ผับ" ในซอยประชาอุทิศ 11 เขตห้วยขวาง ที่ถูกจับกุมส่งฟ้องศาลฯ ฐานไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ, ไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ซึ่งเมื่อวานพนักงานสอบสวน ได้เรียกเจ้าตัว พร้อมหุ้นส่วนอีก 2 คน เข้าให้ปากคำ เพื่อคลี่คลายประเด็นเรื่องการประกอบกิจการที่เป็นประเด็นต้องสงสัย ว่าอาจมีทุนสีเทาอยู่เบื้องหลัง

นายชาติ ยืนยันว่า ผับเป็นของตนเอง ไม่ได้เป็นนอมินีของกลุ่มทุนสีเทา ก่อนหน้าที่จะเปิด ได้ทำเอกสารยื่นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพียงแต่เอกสารบางอย่างยังไม่ได้ เช่นเดียวกับหุ้นส่วนอีก 2 คน ก็ไม่ใช่นอมินี การชำระเงิน แม้จะรับชำระผ่านแอปฯ ต่างประเทศ แต่สุดท้ายก็จะต้องแปลงเป็นเงินสกุลบาท เข้าสู่บัญชีธนาคารไทยของตนเอง

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า ผลการสอบสวนเมื่อวานนี้ นายชาติ ให้การตามข้อมูลที่เรานำเสนอไป และรับว่ารู้จักกับ "โจ ดส." จริง หลังการจับกุมในคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2568 ส่วนหุ้นส่วนอีก 2 คน พบว่าเป็นพนักงานของร้าน ที่ "นายชาติ" ขอให้นำชื่อมาใส่เป็นหุ้นส่วน เพื่อให้ครบจำนวนการขออนุญาตจดทะเบียนเปิดสถานบริการ ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการร้าน และไม่ได้รับเงินรายได้เพิ่มเติม ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริงตามคำให้การดังกล่าว

ขณะที่ทีมข่าว ยังได้ลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ร้านที่เปิดเป็น "ผับลับ" ในซอยประชาอุทิศ 11 พบว่าวันนี้แตกต่างจากเมื่อวานพอสมควร แม้จะปิดร้านเหมือนกัน แต่ที่ต่างคือไม่พบว่ามีรถราคาแพงไปจอดในร้าน

อย่างไรก็ตามสำหรับร้านดังกล่าว สำนักงานเขตห้วยขวาง ได้นำป้ายประกาศคำสั่งหยุดให้บริการ ไปปิดที่หน้าทางเข้าตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา หลังพบมีการนำอาคารที่ขออนุญาตเพื่อประกอบพาณิชยกรรม ไปดัดแปลงเปิดเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับเรื่องการจัดระเบียบสถานบริการ เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสถานบริการในกลุ่ม "สีเหลือง" ที่อาจมีเอกสารบางอย่างไม่ครบถ้วน ซึ่งก็พบว่ามีหลายร้านที่เป็นเป้าหมาย ได้ปิดให้บริการชั่วคราว ส่วนร้านที่เปิดก็ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามคาดว่าการตรวจสอบแบบนี้ จะเสร็จสิ้นในอีก 2-3 วัน ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบ และรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการในการจัดระเบียบต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง