พ่อสุดทนแจ้ง ตร.ให้มาควบคุมตัวลูกชาย หลังหลอนยาหนัก กระโดดหนีออกหน้าต่าง ตร.ตามตะครุบตัว คนร้ายแย่งปืนยิง ตร.บาดเจ็บ
วันนี้ (3 ก.ย.69) พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุชายคลุ้มคลั่งแย่งอาวุธปืนตำรวจและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเที่ยงของวันนี้ หลังตำรวจ สภ.บางน้ำเปรี้ยว ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ อายุ 63 ปี พ่อของผู้ก่อเหตุ ให้มาช่วยระงับเหตุลูกชาย ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและส่งเสียงเอะอะโวยวาย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึง พบว่านายอภิสิทธิ์ อายุ 33 ปี ขังตัวเองอยู่ภายในห้อง และพยายามใช้เหล็กกระทุ้งผนังยิปซั่มจนเป็นรู เจ้าหน้าที่จึงประเมินว่าอาจเกิดเหตุรุนแรง ก่อนขออนุญาตผู้เป็นพ่อเพื่อเข้าควบคุมตัว ระหว่างที่ตำรวจพังประตูเข้าไป นายอภิสิทธิ์ ได้กระโดดหนีออกทางหน้าต่างกระจกบานเกร็ดด้านหลังห้อง ก่อนจะวิ่งไปทางบ่อน้ำหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านนอกจึงเข้าติดตามเพื่อควบคุมตัว และจังหวะนั้นนายอภิสิทธิ์เกิดสะดุดเชือกล้ม ทำให้ ส.ต.ต.วราทร สุขบำรุงศิลป์ ผบ.หมู่ ป้องกันปราบปราม สภ.บางน้ำเปรี้ยว เข้ากอดรัดเพื่อควบคุมตัว แต่ถูกผู้ก่อเหตุแย่งปืนพกขนาด 9 มม. ของตำรวจไปได้ ก่อนยิงออกมา 3 นัด กระสุนถูกเสื้อเกราะของตำรวจ 1 นัด และอีก 1 นัดถูกบริเวณหัวไหล่ซ้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบนำ ส.ต.ต.วราทร ผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์เพื่อรักษาอาการ ขณะที่ตำรวจอีกชุด ก็สามารถควบคุมตัวนายอภิสิทธิ์เอาไว้ได้บริเวณบ่อน้ำหลังบ้าน
จากการสอบถามเบื้องต้น นายอภิสิทธิ์ยังอยู่ในอาการมึนเมา ตอบคำถามรู้เรื่องเป็นบางช่วง และมีอาการคล้ายจะร้องไห้ โดยให้การว่าที่วิ่งหนีเพราะไม่พอใจที่ตำรวจเข้ามาเรียกและพยายามจะพังประตูบ้าน ก่อนเกิดเหตุแย่งปืนและยิงตำรวจ
ด้านนายสมพงษ์ ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายถูกเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จับกุมตัวในคดีเสพยาเสพติดและพบยาบ้า จำนวน 2 เม็ด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนตนจะไปประกันตัวออกมาในวันที่ 27 สิงหาคม แต่หลังลูกชายกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นาน ลูกก็ออกอาการเดิม กลางคืนไม่นอน เดินบ่นและส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่เป็นประจำภายในห้อง กระทั่งช่วงเช้าวันนี้เกิดมีปากเสียงกับตนเอง ก่อนอาการของลูกจะรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงเที่ยงของวันนี้ ตนจึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาช่วยระงับเหตุ โดยหลังเกิดเหตุครั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่ประกันตัวลูกอีก และต้องการให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและบำบัดตามขั้นตอน
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางไปเยี่ยมอาการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และกำลังเร่งประสานส่งตัว ส.ต.ต.วราทร ผู้บาดเจ็บส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำการรักษาต่อไป
ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรบางน้ำเปรี้ยว เพื่อนำไปตรวจปัสสาวะหารสารเสพติด และสงบสติอารมณ์ แล้วดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม นำผลตรวจปัสสาวะมาประกอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป