“อนุทิน” สั่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมายให้ครอบคลุม วางมาตรการ Data Center ยึดอนาคต สร้างความเชื่อมั่น ยกระดับแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“อนุทิน” สั่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมายให้ครอบคลุม วางมาตรการ Data Center ยึดอนาคต สร้างความเชื่อมั่น ยกระดับแข่งขันของประเทศในระยะยาว

View icon 34
วันที่ 4 ก.ย. 2569 | 10.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บอร์ด Data Center นัดแรก! “อนุทิน” สั่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมายให้ครอบคลุม วางมาตรการยึดอนาคต สร้างความเชื่อมั่น ยกระดับแข่งขันของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เน้นย้ำการใช้  green energy

วันนี้ (4 ก.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกรอบนโยบายประกอบกิจการ Data Center ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเติบโตของ Data Center มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น การใช้ไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และสาธารณูปโภค จนก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เช่นกัน  กิจการ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลการศึกษาการทำงานจำนวนมาก ถือเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศไทยจึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งใน และนอกประเทศ ในการเข้ามาลงทุนในกิจการ Data Center อย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพที่มีอยู่ และความพร้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามโอกาสดังกล่าวมาพร้อมกับความท้าทายที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน สาธารณูปโภคในปริมาณสูง ตลอดจนความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎหมายมาตรฐาน และผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะนี้รัฐบาลยังเห็นว่า สังคมมีความกังวลต่อ Data Center ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล แต่กฎหมายของประเทศยังพัฒนาไม่ถึงจึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องเร่งมาตรการในการกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเป้าหมายของประเทศไทย ไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการดึงดูดการลงทุนเพื่อเป็นสถานที่ตั้งของ Data Center แต่การลงทุนเช่นนี้ต้องสร้างรายได้ให้กับประเทศเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีพัฒนาบุคลากร และสร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัล ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว หลายประเทศผ่านจุดนี้มาแล้ว และกำลังแข่งขันการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นประเทศใกล้บ้านเราอย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง ก็ผ่านช่วงเวลาที่ต้องทบทวนการออกแบบระบบที่เหมาะสม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเศรษฐกิจดิจิทัลไปอย่างต่อเนื่อง

จากนี้ จึงขอให้คณะกรรมการชุดนี้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบคอบโดยเฉพาะการกำหนดนิยาม และสถานะทางกฎหมายของดาตาเซ็นเตอร์ ให้ชัดเจนการกำหนดมาตรฐานกรีนดาตาเซ็นเตอร์ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนการคุ้มครองข้อมูล และความมั่นคงทางไซเบอร์ตลอดจนการสนับสนุนระบบนิเวศเอไอ และคลาวด์ของประเทศ โดยเชื่อว่าหากเอากำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากการที่เรามีโอกาสเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัลและศูนย์กลางของภูมิภาคควบคู่กับการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่นำความสนใจและข้อกังวลของประชาชนมาช่วยกันหาทางออกโดยเฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีการพบการสร้าง Data Center หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร มีการแอบสร้างเข้ามาเพื่อลดต้นทุน และใช้ใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายมีการลักลอบใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในการดำเนิน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ใหม่สำหรับไทยแต่ต้องจับทางให้ได้ และต้องแก้ไขใส่กฎระเบียบที่มีความรัดกุม และต้องปลอดภัยกับประชาชนให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ทำ Data Center อีกแล้ว แต่เราต้องมาจัดระเบียบเพราะเศรษฐกิจแบบนี้หากเป็นที่นิยมขึ้นมา บางคนก็ไปขายใบอนุญาต ไปขอไฟจากการไฟฟ้าภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทยเผื่อไว้ก่อนเกือบ 20,000 เมกกะวัตต์ เท่ากับจำนวนการใช้ไฟของประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักธุรกิจแบบไทยไทยคือการขอไว้ก่อน แล้วนำมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เมื่อหมดอายุก็หายไป ซึ่งกรรมการชุดนี้จะต้องมีความชัดเจน

ขอให้คณะกรรมการชุดนี้ทำสร้างนิยามขึ้นมาอย่างชัดเจนเพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และกำหนดนโยบายในการกำกับดูแลกิจการ Data Center อย่างไรก็ตามเนื่องจากต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากมีการใช้ทรัพยากรรวมถึงทรัพยากรที่ดินมีการลงพื้นด้านอสังหาริมทรัพย์ เราจะต้องทำให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งกิจการนี้มีการใช้ไฟค่อนข้างมาก ต้องมีการเพิ่มกำลังการผลิตหลาย 10,000 เมกะวัตต์ ประชาชนก็มีความกังวล

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า กิจการนี้มีการใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก รวมถึงที่ดินการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เราจะต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีแนวคิดในเรื่องของ net zero ดังนั้น การใช้ไฟมาขนาดนี้ เราต้องไปเน้นที่ green energy มากกว่าพลังงานฟอสซิล เช่น ที่มีการกักตุนน้ำมันเป็นจำนวนมากเราก็ต้องมีการแก้ไข และเปลี่ยนมาใช้พลังงานธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็แล้วแต่ ทั้งพลังงานลม โซลาร์ การลดลงของพลังงานก็จะน้อยลง ขอให้คิดให้ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน และอยู่ภายใต้กฎ OECD ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง