พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 ก.ย.69) ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย ตาก และพิจิตร โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ระบุว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปัวเมื่อช่วงเช้า(4 ก.ย.)ที่ผ่านมา จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำทำให้เกิดฝนตกหนักสะสมกว่า 100 มิลลิเมตร ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เมื่อช่วงเช้ามืด ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำน้ำสาขาเข้าท่วมพื้นที่ ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร อ.ปัว ซึ่งเป็นจุดเดิมที่เคยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มวลน้ำมาเร็วและระบายได้อย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเวลา 15.00 น.(4 ก.ย.) จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าระดับน้ำแห้งแล้งเข้าสู่ภาวะปกติทุกจุดแล้ว ทั้งนี้สถานการณ์ภาพรวมดีขึ้น และไม่มีแถลงข่าวประจำวัน โดยจะปรับไปเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน นายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน เปิดเผยว่า ได้ระดมเครื่องจักรกลและรถขุดจำนวน 6 คัน ร่วมกับทหารพัฒนา และ อบจ.น่าน เข้าดำเนินการปั้นคันดินชั่วคราวเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนประชาชน โดยเร่งดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดความยาว 300 เมตร ให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกหนักอีกครั้ง นอกจากนี้ จังหวัดได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือเผชิญเหตุชั่วคราว มีกำลังพลจากกรมทหารพรานที่ 32 สแตนบายพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีภายใน 30 นาที
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย จังหวัดน่านได้เร่งรัดดำเนินการในทุกมิติ ดังนี้
อนุมัติงบสร้างบ้านให้แก่ผู้ที่บ้านเสียหายทั้งหลัง จำนวน 14 หลัง หลังละ 480,000 บาท รวมวงเงิน 5.4 ล้านบาท พร้อมซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้าน 7 โครงการ วงเงิน 8.2 ล้านบาท และการขุดลอกลำน้ำสาขา 5 สาย วงเงิน 20 ล้านบาท ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน

เงินเยียวยาค่าดำรงชีพ (ก้อนแรก): เร่งจ่ายในพื้นที่ 6 อำเภอ 28 ตำบล ล่าสุดจ่ายแล้ว 16,377 ราย วงเงินกว่า 35 ล้านบาท โดย อ.เวียงสา และ อ.สันติสุข จ่ายครบ 100% แล้ว ส่วน อ.ท่าวังผา จ่ายแล้ว 97% และ อ.ปัว จ่ายแล้ว 84%
เงินช่วยเหลือพิเศษตามมติ ครม. ครัวเรือนละ 9,000 บาท: มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 15,217 ราย วงเงินรวม 136 ล้านบาท ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนยังคงสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือแจ้งได้ที่ อบต./เทศบาล ในพื้นที่