ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ที่จังหวัดชลบุรี โชเฟอร์แท็กซี่ในเมืองพัทยา ทำกระเป๋าสตางค์หล่นหาย มีชายชาวต่างชาติเก็บไว้ได้ แต่ไม่ยอมคืน โชเฟอร์แท็กซี่ออกตามหาจนเจอตัวคนที่เก็บไปได้ เรียกตำรวจไปเจรจา จนยอมคืนทรัพย์สินให้
คลิปกล้องวงจรปิด ขณะที่ชาย 2 คน ขี่ และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาจอดอยู่ข้าง ๆ รถเก๋งคันหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ริมถนนในเมืองพัทยา ชายคนซ้อนท้ายลงจากรถไปหยิบสิ่งของบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นถนน จากนั้นทั้งคู่ก็พากันขี่รถออกไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วง 15.00 น. วานนี้ (4 ก.ย.)
สิ่งของที่เก็บไป เป็นกระเป๋าสตางค์ของ นายเมษา โชมขุนทด เป็นโชเฟอร์รถแท็กซี่ในเมืองพัทยา หลังจากทราบว่า กระเป๋าสตางค์ตกหาย ก็รีบหาหลักฐานในจุดที่ตัวเองนำรถไปจอด ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่ทำกระเป๋าตกหาย จนพบกล้องวงจรปิด จากนั้นก็ไล่ตามหาคนที่เก็บเอาไปด้วยตัวเอง ตระเวนหาไปทั่วเมือง จนช่วงกลางดึก ก็ไปเจอรถจักรยานยนต์คันที่ตรงกับในภาพกล้องวงจรปิด จอดอยู่บริเวณชายหาดพัทยา ก็เลยแจ้งตำรวจไปเฝ้าดู จนพบชายชาวอินเดีย 2 คน เดินมาที่รถจักรยานยนต์ ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัว
ทีแรกผู้ก่อเหตุบอกว่าไม่รู้เรื่อง นายเมษา ต้องขู่ว่า ตนเองมีคลิปกล้องวงจรปิด ผู้ก่อเหตุก็เลยชี้ไปยังเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ว่า กระเป๋าอยู่กับคนนั้น
นายเมษา บอกว่าในกระเป๋ามีเงินอยู่ประมาณ 7,000 บาท นอกนั้นเป็นเอกสารประจำตัว ส่วนการสอบปากคำชาวอินเดียทั้ง 2 คน ก็ยอมรับว่าเป็นผู้เก็บกระเป๋าสตางค์ได้จริง แต่อ้างว่าไม่รู้จะนำไปคืนให้ใคร หรือนำไปไว้ที่ไหน ส่วนเงินที่หายไปจากกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหาย ผู้ก่อเหตุก็ยอมไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม นำมาคืนให้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลายเป็นคดีความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัว นายเมษา และผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำ ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การเก็บของของผู้อื่นที่ทำตกหายได้ แล้วยึดเอาไว้เป็นของตนเองโดยไม่ยอมส่งคืนเจ้าของ มีความผิดทางอาญา ฐาน "ยักยอกทรัพย์สินหาย" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ