สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - มหาดไทยออกคำสั่งเนรเทศ "ยาคอฟ โอฮะยอน" ชายชาวอิสราเอล ออกจากประเทศ หลังศาลเกาะสมุย มีคำพิพากษาจำคุก 15 วัน รอลงอาญา 2 ปี จากกรณี เจ้าของสวนสัตว์ "สมุยเอ็กโซติก ปาร์ค" ไปแจ้งความว่าถูกคุกคาม ข่มขู่จนเกิดความหวาดกลัว
นายกฯ สั่งเนรเทศ ยาคอฟ พ้นราชอาณาจักรไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ให้เนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR. YAACOV OHAYON) สัญชาติอิสราเอล ออกนอกราชอาณาจักรทันที โดยระบุว่า นายยาคอฟ มีพฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่ผู้เสียหายว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและเกิดความตกใจ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
หลังศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาว่า นายยาคอฟ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ
จากกรณี เจ้าของสวนสัตว์ "สมุยเอ็กโซติก ปาร์ค" ร้องตำรวจสอบสวนกลาง เจอกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ข่มขู่คุกคามและสร้างความเสียหายภายในสวนสัตว์ จนหวั่นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัว ทั้งยังมีพฤติกรรมทำร้ายสัตว์ ไม่ปฏิบัติตามกฎการเข้าชมอยู่บ่อยครั้ง
ศาลพิพากษาจำคุก นายยาคอฟ 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท และโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี
แต่กระทรวงมหาดไทย เห็นว่า พฤติกรรมของนายยาคอฟ ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน ภายใต้ พ.ร.บ. เนรเทศ ปี 2499 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ ปี 2569 จึงมีคำสั่งเนรเทศ นายยาคอฟ ออกจากราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม หากนายยาคอฟ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอไม่ให้ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้
โดยนายยาคอฟ นับเป็นชายสัญชาติอิสราเอล คนแรกที่ถูกเนรเทศ ออกนอกราชอาณาจักร หลังจา ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้
ชัยชนะ จี้ มท.สอบชาวอิสราเอล เปลี่ยนสัญชาติ-สร้าง ชาบัด
ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมของชุมชนชาวยิวและการจัดตั้งสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา หรือ "ชาบัด" ในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่งด้วย
ขณะเดียวกัน ต้องตรวจสอบไปถึงการเปลี่ยนสัญชาติ ที่มาของเงินทุน การขออนุญาตก่อสร้าง และการกำหนดพื้นที่ปิดห้ามบุคคลภายนอกเข้า ว่าถูกต้องตามกฎหมายไทยหรือไม่ เพราะปัญหาเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในบางพื้นที่ หน่วยงานรัฐควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน