รัฐบาลเร่งแก้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู พบบางส่วนหลังหักหนี้ เหลือเงินใช้ไม่ถึง 30% เงินเดือน

รัฐบาลเร่งแก้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู พบบางส่วนหลังหักหนี้ เหลือเงินใช้ไม่ถึง 30% เงินเดือน

View icon 117
วันที่ 6 ก.ย. 2569 | 09.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาลเร่งแก้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หลังพบหนี้รวมกว่า 1.14 ล้านล้านบาท  ครูบางส่วนถูกหักหนี้ เหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ถึง 30% ของเงินเดือน  วางแนวทางลดต้นทุน - ลดภาระผ่อนต่อเดือน –ปรับหนี้ให้เหมาะกับรายได้ – ป้องกันหนี้ใหม่

(6 ก.ย.69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยขยับจากการช่วยลดภาระดอกเบี้ย ไปสู่การแก้ปัญหา “ทั้งระบบ” โดยเฉพาะหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นภาระสำคัญของครูจำนวนมาก

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ระบุว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวม 1,141,545 ล้านบาท  ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมีค่าเฉลี่ย 5.60% และสูงสุดถึง 9% โดยมีสหกรณ์ 15 แห่ง หรือ 13% ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 7%

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า “แก้หนี้ครูจะมองแค่การลดดอกเบี้ยไม่ได้ เพราะหากต้นทุนในการหาเงินมาปล่อยกู้ของสหกรณ์ยังสูง ภาระหนี้และระยะเวลาชำระยังไม่เหมาะสม และสมาชิกยังสามารถก่อหนี้เพิ่มได้ ปัญหาก็อาจกลับมาอีก รัฐบาลจึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางของเงินทุน ไปจนถึงการบริหารหนี้ของครูแต่ละคน”

โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 2 กระทรวง พร้อมดึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมพิจารณาข้อกฎหมาย เพื่อวางมาตรการช่วยเหลือที่รวดเร็วและนำไปใช้ได้จริง

สำหรับแนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา จะครอบคลุม  ตั้งแต่การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์ เพื่อลดต้นทุนในการนำเงินมาปล่อยกู้และช่วยให้สหกรณ์มีเงินเพียงพอในการบริหารจัดการ

ช่วยสมาชิกย้ายไปแหล่งเงินกู้ที่ถูกลง รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ปรับแผนชำรพหนี้ ยืดระยะเวลาชำระ เพื่อลดค่างวดต่อเดือนให้สอดคล้องกับรายได้

ขณะเดียวกัน การแก้หนี้ต้องไม่จบแค่การช่วยชำระหนี้เดิม  แต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ใหม่ จะมีการนำเครื่องมือ Credit Lock เชื่อมโยงข้อมูลกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ป้องกันการกู้ซ้ำซ้อน ปัจจุบันมีสหกรณ์ 14 แห่งนำเครื่องมือนี้ไปใช้กับสมาชิก 914 รายแล้ว ในจำนวนนี้เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 9 แห่ง สมาชิก 864 ราย

นอกจากนี้ยังมีแนวทาง กำหนดอัตราเงินปันผลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผลการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อให้การบริหารสหกรณ์มีความสมดุลและไม่เพิ่มแรงกดดันให้ต้องหารายได้จากการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยง รวมถึงปรับหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ให้เป็นไปตามแนวคิด “การปล่อยกู้อย่างรับผิดชอบ” (Responsible Lending) โดยพิจารณาความสามารถของสมาชิกในการชำระหนี้ในระยะยาว รวมถึงภาระทางการเงินที่จะเกิดขึ้นหลังเกษียณ

ปัญหาที่ต้องเร่งแก้คือ ครูบางส่วนมีภาระหนี้จนถูกหักเงินเดือนในสัดส่วนสูง เหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ถึง 30% ของเงินเดือน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิต ดังนั้น การแก้หนี้ครูจึงต้องทำควบคู่กันทั้ง “ลดต้นทุน – ลดภาระผ่อนต่อเดือน – ปรับหนี้ให้เหมาะกับรายได้ – ป้องกันหนี้ใหม่

รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ครูมีหนี้ในระดับที่บริหารจัดการได้ มีความมั่นคงทางการเงิน มีเงินเหลือสำหรับดำรงชีวิต และสามารถกลับไปทุ่มเทกับการสอนและดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง