หมอปากแซ่บขอโทษคนไข้ ยอมรับอารมณ์ชั่ววูบ

View icon 7
วันที่ 6 ก.ย. 2569 | 16.11 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - "หมอปากแซ่บ" พร้อมคุณแม่ ออกมาขอโทษ คู่กรณี หลังใช้ถ้อยคำรุนแรง รวมถึงพาดพิงผู้ใช้สิทธิ 30 บาท จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

จากกรณีหญิงสาวผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ขอความช่วยเหลือจาก นายกองตรี ด็อกเตอร์ ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ หลังถูกแพทย์คลินิกแห่งหนึ่งย่านหทัยราษฎร์ด่าทอ ข่มขู่ และพูดจาซ้ำเติมเรื่องอาการป่วย ซึ่งมีทั้งหลักฐาน เป็นคลิปเสียง และแชตข้อความ

วันที่ 4 กันยายน นายกองตรี ด็อกเตอร์ ธนกฤต พร้อมคนไข้ผู้เสียหาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว เพื่อหาข้อเท็จจริง แต่แพทย์คู่กรณีไม่เข้าคลินิก เจ้าหน้าที่จึงโทรศัพท์พูดคุย โดยแพทย์อ้างว่า คนไข้เป็นฝ่ายโวยวายก่อน และยอมรับว่าคำพูดในคลิปเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หลังเกิดความเครียดสะสมจากการทำงาน และตรวจคนไข้จำนวนมาก พร้อมตัดพ้อถึงขั้นอยากเลิกประกอบอาชีพแพทย์ และจะไปบวชตลอดชีวิตเพื่อหนีปัญหา

ต่อมา สปสช. ได้ระงับการให้บริการผู้ป่วยบัตรทองชั่วคราว และสั่งย้ายผู้ป่วย กว่า 26,000 คน ออกจากหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือ คลินิกในเครือหทัยราษฎร์ 3 แห่ง ที่มีหมอคนดังกล่าวให้การรักษาอยู่ โดยได้ย้ายผู้ป่วยไปที่คลินิก ซึ่งใกล้กับสถานที่เดิม และไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานครใกล้เคียง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ กนณีเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการ

และได้ส่ง SMS แจ้งผู้ป่วยทั้ง 3 คลินิกแล้ว ขอให้ตรวจสอบสถานพยาบาลปฐมภูมิแห่งใหม่ตามลิ้งค์ที่ส่งให้ หรือใครจะเดินทางไปที่คลินิก เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 7 กันยายน เป็นต้นไป

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ตรวจพบการทำงานในคลินิกที่ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือ ไม่มีแพทย์ผู้ปฎิบัติงานอยู่ประจำสถานพยาบาล

และพบความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย, ปัญหาการส่งต่อผู้ป่วย และปัญหาการเข้าถึงบริการ ที่หมอคนดังกล่าวกำหนดขึ้นมาเอง เช่น การจ่ายยาโรคเรื้อรังเพียง 3-7 วัน

ล่าสุด แพทย์คู่กรณี พร้อมคุณแม่ ออกมาเปิดใจ และกล่าวขอโทษผู้เสียหาย ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เกิดจากความเครียดจากการทำงาน และการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน อาจทำให้เกิดเหตุการณ์กระทบความรู้สึก ยืนยันว่าแพทย์ทุกคนมีความตั้งใจรักษาคนไข้ให้ดีที่สุด พร้อมย้ำว่า ระบบบัตรทอง 30 บาท เป็นระบบที่ดี และทั้งตัวเอง และคุณแม่ก็ใช้สิทธิรักษาเช่นกัน

พร้อมยกมือไหว้ขอโทษคนไข้ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และพร้อมรับคำแนะนำไปปรับปรุงตัว ขณะที่คุณแม่ของหมอ ซึ่งรักษาโรคความดันและเบาหวานด้วยสิทธิบัตรทองที่โรงพยาบาลบางพลี ได้ยกมือไหว้ขอโทษแทนลูกชาย และยืนยันว่าได้รับการรักษาเป็นอย่างดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง