สนามข่าว 7 สี - คนขับรถพุ่มพวง ขับไล่เบียดไรเดอร์จนรถเสียหลักล้ม เท่านั้นไม่พอ ลงจากรถเข้ามาต่อยไรเดอร์ซ้ำ หลังมีปัญหากันเรื่องขับรถ
กล้องหน้ารถยนต์บันทึกภาพขณะไรเดอร์พยายามขี่รถจักรยานยนต์หนีไม่พ้น ถูกรถพุ่มพวงขับเบียดจนรถเสียหลักล้ม เท่านั้นไม่พอ ชายคนขับรถพุ่มพวงได้ลงมาชกต่อยไรเดอร์ซ้ำ จนเกิดการชุลมุนกัน
ชาวบ้าน-พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ต้องเข้ามาช่วยห้ามปราม เหตุเกิดบริเวณถนนริมทางรถไฟตลิ่งชัน ถนนชัยพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 17.31 น. วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา
เมื่อวานนี้ นายปรัชญา เชาว์โคกสูง อายุ 30 ปี ไรเดอร์ผู้เสียหาย เดินทางไปยัง สน.ตลิ่งชัน เพื่อนำผลการรักษาของแพทย์ไปให้พนักงานสอบสวน พร้อมกับไปติดตามความคืบหน้าคดี โดยมีกลุ่มไรเดอร์ไปรวมตัวให้กำลังใจ
นายปรัชญา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งพัสดุบริเวณถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน เจอรถกระบะพุ่มพวงเลี้ยวกะทันหัน ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว จึงบีบแตรเพื่อเป็นการเตือน พร้อมตะโกนต่อว่าคู่กรณีด้วยความไม่พอใจ คู่กรณีตอบโต้กลับมาด้วยถ้อยคำรุนแรง ตนเองไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย จึงพยายามขี่หนี แต่คู่กรณีไม่ยอมขับรถไล่ บีบแตร จนถึงจุดเกิดเหตุก็ถูกขับเบียดรถตนเองจนล้ม ตนเองและรถกระแทกเข้ากับแบร์ริเออร์ริมถนน
จากนั้นรีบลุกเข้าไปถามคู่กรณีด้วยความไม่พอใจว่า จะเอาถึงตายเลยเหรอ คู่กรณีกลับเดินเข้ามาชกต่อย จังหวะนั้นจึงถอดหมวกกันน็อกฟาดแขนของคู่กรณี 1 ครั้ง และก็เกิดการชุลมุน มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยห้าม
ภายหลังทราบว่าคู่กรณีไปแจ้งความกล่าวหาว่าตนเองขับรถโดยประมาท เล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่มีการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ขับรถชนและทำร้ายร่างกายกันกลางถนน ตนเองพยายามโทรศัพท์ติดต่อคู่กรณี ขอให้พูดคุยกันด้วยความใจเย็นและเหตุผล
คู่กรณีไม่ยอมพูดคุย ตัดสายทิ้ง การกระทำของคู่กรณีถือว่ารุนแรงและใจร้ายเกินกว่าจะยอมรับได้ ยืนยันจะเอาผิดให้ถึงที่สุด เพราะทำให้ตนเองบาดเจ็บที่ร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณมือมีบาดแผลลึกถึงกระดูกต้องพักรักษาตัว เสียค่ารักษาพยาบาล ทรัพย์สินก็เสียหาย ต้องการให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไป
กลุ่มไรเดอร์ที่มาให้กำลังใจ นายปรัชญา บอกว่า ในฐานะที่เป็นผู้ใช้รถใช้ถนนเหมือนกัน มองว่าการกระทำของคนขับรถพุ่มพวงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แถมยังไม่แสดงความรับผิดชอบ กลับบอกกับผู้เสียหายอยากได้เงินให้ไปฟ้องร้องเอา จึงมองว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพจึงอยากมาให้กำลังใจ และเพื่อรวมพลังเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับผู้บาดเจ็บ ไม่ได้จะมาใช้ความรุนแรงกับใคร
จากพฤติการณ์ของคนขับรถพุ่มพวง ทนายความยืนยันว่าไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นการจงใจทำร้ายผู้เสียหาย เข้าข่ายความผิดข้อหาพยายามฆ่า, พ.ร.บ.จราจรทางบก ขับรถประมาทหวาดเสียว, ทำให้เสียทรัพย์ และดูหมิ่นซึ่งหน้า ส่วนคู่กรณีจะสู้คดีกล่าวหาว่าผู้เสียหายเล่นโทรศัพท์ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะทุกอย่างต่อสู้กันด้วยพยานและหลักฐาน
หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะเรียกคนขับรถพุ่มพวงมาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อหาต่อไป ส่วนจะดำเนินคดีข้อหาใดบ้างนั้น ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน