ฝนฟ้าอากาศเช้านี้ 7 ก.ย.69 | ฝนตกหนัก ชาวบ้าน-กำนัน-เจ้าหน้าที่ เดือดร้อนทั่ว

View icon 14
วันที่ 7 ก.ย. 2569 | 06.14 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - อ่วมอีกแล้ว ! หลังฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ล่าสุดน้ำไหลเข้าท่วมที่ทำการกำนันตำบลสังขะ พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จนกำนันฯ ต้องออกมากวาดน้ำด้วยตนเอง

ฝนตกหนัก ชาวบ้าน-กำนัน-เจ้าหน้าที่ เดือดร้อนทั่ว จ.สุรินทร์
นี่เป็นภาพฝนตกลงมาอย่างหนัก บริเวณที่ทำการกำนันตำบลสังขะ ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จน นายทิตย์ เทียนทอง หรือ กำนันโป๊ะ ต้องรีบออกมากวาดน้ำที่กำลังจะไหลเข้าที่ทำการฯ

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยเหลือชาวบ้านตามบ้านเรือต่าง ๆ ก็ประสบเหตุฝนตกหนักหลายชั่วโมง จนน้ำไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยในหลายจุดอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดตกเป็นผู้ประสบภัยไปด้วย

ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมถนน กลายเป็นคลอง จ.ศรีสะเกษ
ขยับไปที่จังหวัดศรีสะเกษกันบ้าง เมื่อฝนตกลงมาอย่างหนัก จนถนนทางเข้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ กลายเป็นคลองในพริบตาเดียว

นี่เป็นภาพที่ชาวบ้านบันทึกไว้ขณะฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง บริเวณถนนสาย ศก.4017 แยกทางหลวงหมายเลข 2349 - บ้านเก็บงาน้อย ทางเข้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ เขตเทศบาลตำบลโดด อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ จนรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรไปมากันอย่างยากลำบาก

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังหลายจุด โดยเฉพาะทางเข้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ น้ำสะสมมากจนเอ่อล้นท่วมถนน ชาวบ้านสัญจรกันยากลำบาก และเป็นแบบนี้ทุกปี ประกอบกับถนนดังกล่าว เพิ่งก่อสร้างถนนและเสริมท่อระบายน้ำใหม่ จึงอยากจะให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและเร่งแก้ไขโดยด่วน

ชาวบ้านระทม ตลิ่งแม่น้ำน่านพังนานกว่า 30 ปี จ.น่าน
ที่จังหวัดน่าน เมื่อชาวบ้านตาลชุม หมู่ 7 ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน รวมตัวกันยื่นหนังสือถึง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน หลังต้องเผชิญปัญหาการกัดเซาะ พื้นที่ริมแม่น้ำน่านมาเป็นเวลาหลายสิบปี

นายณฐกร พุฒตรง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาลชุม เล่าว่า บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินติดริมแม่น้ำน่านกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการพังทลายของตลิ่งที่สะสมมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี 2530 จนถึงปัจจุบัน

โดยล่าสุดพบว่าในช่วงปี 2568-2569 กระแสน้ำหลากทวีความรุนแรงขึ้น และทิศทางน้ำเปลี่ยนเข้าปะทะกัดเซาะชายฝั่งโดยตรง เนื่องจากเกิดสันดอนทรายงอกฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้แนวตลิ่งทรุดตัวขยับเข้าใกล้ที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนชาวบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดผวา และเกรงว่าจะเกิดความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินในฤดูน้ำหลากปีนี้ หากยังไม่มีการสร้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง