เช้านี้ที่หมอชิต - กรณีครอบครัวออกมาร้องขอความเป็นธรรมให้เยาวชนชาย อายุ 16 ปี หลังตำรวจนายหนึ่งขับรถชนเสียชีวิตแล้วหลบหนี ล่าสุด ตำรวจนายดังกล่าว ได้เข้ามอบตัว พร้อมให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
เหตุสลดเกิดช่วง 02.45 น. ของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากเยาวชนชาย อายุ 16 ปี เลิกงานที่ร้านข้าวต้ม ได้ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับบ้าน ปรากฏว่าถูกรถยนต์เฉี่ยวชนบริเวณทางลงสะพานนเรศวร ถนนสิงหวัฒน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก คู่กรณีไม่หยุดรถลงมาช่วย ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกรถจักรยานยนต์ชนซ้ำ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พ่อและแม่บุญธรรมของผู้เสียชีวิต บอกว่า พ่อกับแม่แท้ ๆ ของลูกชายได้แยกทางกัน ซึ่งแม่ป่วยหลายโรคและยังเป็นผู้ป่วยติดเตียง จึงตัดสินใจรับเป็นบุตรบุญธรรม ลูกชายเป็นเด็กดี ขยันขันแข็ง พยายามหารายได้จากการทำงานพิเศษมาโดยตลอด เพื่อเก็บเงินซื้อของที่ตัวเองอยากได้
เหตุการณ์นี้ทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจและโกรธ เพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันฌาปนกิจ (5 ก.ย.) ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวรับผิดชอบ และอาจส่งผลไปถึงคดี อาจไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดได้
ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า พบป้ายทะเบียนรถตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อนำไปตรวจสอบพบเป็นรถคนละคันกับคันที่ก่อเหตุชนแล้วหลบหนี จึงน่าจะสวมทะเบียนปลอม
และจากการตรวจสอบทะเบียนรถคันก่อเหตุ ทราบว่าเป็นตำรวจ ยศพันตำรวจโท อายุ 53 ปี ได้ขับรถออกจากร้านอาหาร ก่อนจะไปเกิดอุบัติเหตุ
เบื้องต้นได้ติดตามยึดรถคันดังกล่าวมาตรวจเก็บพยานหลักฐานต่าง ๆ ส่วนตัวคนขับยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อ้างวันนี้จะเข้ามอบตัว
ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงโศกเศร้า ยิ่งได้เห็นสภาพความเสียหายของรถที่ชน และภาพจากกล้องวงจรปิด ยิ่งทำให้เสียใจมาก
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้นำอัฐิของผู้เสียชีวิตไปทำพิธีบริเวณหน้าวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก ก่อนนั่งเรือไปทำพิธีลอยอังคาร
ล่าสุด 19.41 น. ของเมื่อวาน (6 ก.ย.) ตำรวจคู่กรณีได้เดินทางเข้ามอบตัว พนักงานสอบสวนได้นำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที ใช้เวลา 30 นาที ก่อนนำพ่อและแม่บุญธรรมของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยน้าสาว เข้าพบกับผู้ต้องหาเป็นครั้งแรก โดยทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยกันภายในห้องสอบสวน
เบื้องต้นถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่น มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ และข้อหาขับรถหลบหนี ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา และอยู่ในอาการสำนึกผิดและเสียใจ พร้อมแสดงความประสงค์ที่จะชดใช้และเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีรถสวมทะเบียนปลอมยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมถึงกรณีสงสัยว่าเมาแล้วขับ ทำให้การตรวจเลือดล่าช้า อาจไม่สามารถตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ได้ ตำรวจยืนยันว่ายังสามารถใช้พยานแวดล้อม ภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานบุคคล มาประกอบการพิจารณาได้