ห้องข่าวภาคเที่ยง - คืบหน้าประเด็น นายค้ำ เดินทางถึงบ้านเกิด หลังเดินออกจากบ้านหายหน้าไปกว่า 40 ปี วันนี้พี่น้องได้พบหน้ากันอีกครั้ง กอดกันกลม น้ำตาไหลกันถ้วนหน้า
ทันทีที่รถคันสีขาวในภาพ รถยนต์ของผู้สื่อข่าวพิเศษ จากจังหวัดภูเก็ต จอดที่หน้าบ้าน ตามที่ญาตินายค้ำ ใยอิ้ม อายุ 71 ปี แจ้งพิกัดในอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ทันที่ที่รถจอด นายค้ำยังไม่ทันลงจากรถ พี่น้องทนความคิดถึงไม่ไหว วิ่งปรี่ไปรับถึงประตูรถ โอบกอด ร้องไห้ ด้วยความดีใจและความคิดถึง
ผู้สื่อข่าวพิเศษจังหวัดภูเก็ต พี่สมชาย และผู้สื่อข่าวพิเศษ พี่พัฒน์พงษ์ ประสานงานร่วมกัน พานายค้ำกลับบ้านเกิด เดินทางกันข้ามคืน ด้วยระยะทางกว่า 1,337 กิโลเมตร พอญาติพี่น้องได้เจอหน้ากัน ก็กอดกันกลม น้ำตาแห่งความคิดถึงก็ไหลอาบแก้มทั้งตัวนายค้ำ และญาติพี่น้อง พอเจอหน้ากัน ในยามที่อายุมากขึ้น แก่เฒ่ากันแล้ว คนนั้นคนนี้ก็เข้ามาทักทาย "จำเฮาได้บ่"
หลังผูกข้อไม้ข้อมือ เรียกขวัญ จากนั้นพี่น้อง ญาติ ก็ได้พากันนำสำหรับกับข้าว อาหาร คาวหวาน น้ำดื่ม พานายค้ำ ไปไหว้พ่อแม่ที่เจดีย์เก็บกระดูก บอกกล่าวถึงดวงวิญญาณของพ่อแม่ ว่าวันนี้ นายค้ำกลับถึงบ้านแล้ว มาขอขมาดวงวิญญาณพ่อแม่ และจะไม่ไปไหนอีกแล้ว
นายค้ำ จะขออยู่ทำนา ช่วยกับพี่น้องที่บ้านเกิด หลังจากบ้านไปนานกว่า 40 ปี เพื่อไปหางานทำที่ภาคใต้ กระทั่งบัตรประจำตัวประชาชนหายไปนาน ไม่มีสวัสดิการใด ได้แต่ทำงานเก็บเงิน รอวันที่จะกลับมาบ้าน จนไปเจอผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และผู้สื่อข่าวพิเศษทั้งที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดศรีสะเกษ ช่วยประสานงาน กระทั่ง นายสุทา ประทีป ณ ถลาง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ช่วยขับรถพานายค้ำ มาส่งถึงหน้าบ้าน ส่วนเรื่องทำบัตรประจำตัวประชาชนน่าจะไปดำเนินการภายในสัปดาห์นี้