แม่ค้าขายของมือ 2 ขนของคืนวัด หลังรู้ข่าว ถูกโจรที่ตระเวนยืมเครื่องครัวตามวัด นำมาหลอกขาย เผยนอนไม่กลับ ไม่กล้าเอาไปขายต่อ กลัวเป็นบาป
วันนี้ (7 ก.ย. 69) จากกรณีที่มีมิจฉาชีพขับรถเก๋งตระเวนยืมเครื่องครัวจากวัดในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าจะนำไปประกอบอาหารเพื่อถวายพระก่อนหายตัวและไม่นำสิ่งของกลับมาคืนตามกำหนด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เตือนภัย ! มิจฉาชีพตระเวนยืมของตามวัด อ้างจัดงานที่บ้าน ก่อนเชิดของหนี ติดต่อไม่ได้
โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก พระสมุห์ไพบูลย์ สุเมโธ เจ้าอาวาสวัด ในพื้นที่ ต.สำนักบก อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธมฺมจารี สุขํเสติ” ประกาศตามหาชายคนหนึ่งที่ขับรถเก๋ง เข้ามาภายในวัด และขอยืมเครื่องครัว โดยทางวัดยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของป้ายทะเบียนรถ พร้อมขอให้ผู้ที่รู้จักหรือเคยพบเห็นชายคนดังกล่าวแจ้งเบาะแสแก่ทางวัด
ก่อนหน้านี้ พระสมุห์ไพบูลย์ เปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวขับรถเก๋งเข้ามาภายในวัด ก่อนพูดคุยกับพระลูกวัด อ้างว่าต้องการยืมเครื่องครัวไปประกอบอาหาร และจะนำอาหารกลับมาถวายพระภายในวัดในวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น.
ด้วยความเชื่อใจและเห็นว่าอีกฝ่ายแจ้งว่าจะนำอุปกรณ์ไปทำอาหารมาถวายพระ ทางวัดจึงอนุญาตให้ยืมเครื่องครัวไป แต่เมื่อถึงวันและเวลานัดหมาย ชายคนดังกล่าวกลับไม่มาตามนัด และไม่ได้นำอุปกรณ์กลับมาคืน
โดยทรัพย์สินที่ถูกยืมไป รวมมูลค่าประมาณ 4,000–5,000 บาท ขณะที่ทางวัดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่า ชายที่มีลักษณะคล้ายกันอาจเคยมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันกับวัดแห่งอื่นในพื้นที่
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีแม่ค้าขายของมือ 2 ตามตลาดนัด นำอุปกรณ์เครื่องครัวของวัดที่หายไป มาคืนให้กับทางวัด หลังเห็นข่าวและจดจำชายที่ปรากฏในภาพได้ว่า เป็นบุคคลเดียวกับที่นำสิ่งของดังกล่าวมาขายให้กับตน
จากการพบว่าทรัพย์สินบางส่วนถูกนำไปลบชื่อของวัดออก โดยผู้ขายอ้างว่าเป็นทหารและปล่อยเงินกู้ ของที่นำมาขายเป็นทรัพย์สินที่ยึดมาจากลูกหนี้ ก่อนนำมาขายต่อ
แม่ค้าขายของมือ 2 กล่าวว่า หลังทราบว่าอุปกรณ์ที่ซื้อมาอาจเป็นทรัพย์สินของวัด ตนรู้สึกร้อนใจและนอนไม่หลับ เพราะเกรงว่าจะนำของวัดไปขายต่อโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าเอาไปขายต่อ กลัวเป็นบาป จึงรีบนำสิ่งของทั้งหมดที่อยู่กับตนกลับมาคืนให้ทางวัดในช่วงเช้า
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทรัพย์สินของวัดบางส่วนได้กลับคืนมา ขณะที่ข้อมูลจากแม่ค้าขายของมือ 2 ถือเป็นอีกเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางการนำทรัพย์สินไปขายต่อ
รวมถึงคำกล่าวอ้างของชายคนดังกล่าว ซึ่งยังต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป