พลพีร์ เร่งตรวจสอบสุสานที่เจริญกรุง ขออนุญาตถูกระเบียบหรือไม่

พลพีร์ เร่งตรวจสอบสุสานที่เจริญกรุง ขออนุญาตถูกระเบียบหรือไม่

View icon 19
วันที่ 7 ก.ย. 2569 | 14.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พลพีร์ เร่งตรวจสอบสุสานที่เจริญกรุง ขออนุญาตถูกระเบียบหรือไม่ ชี้ปัญหาชาวต่างชาติในไทยมีเยอะ ขอเวลา 15 วัน ตรวจสอบ 14,000 บริษัทนอมินี ถือครองที่ดิน 6 หมื่นล้าน กรรมการบริษัทคนไทย ยังถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันนี้ (7ก.ย.69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พบสุสานชาวต่างชาติ ในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเขาได้ขออนุญาตตั้งแต่ปี 2564 และได้อนุญาตไปในปีเดียวกัน แต่เมื่อปี 2566 ใบอนุญาตได้หมดอายุ มีการยื่นขอต่อใบอนุญาต จากนั้นนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปสำรวจพบว่า การก่อสร้างที่ผิดมาตรฐาน หรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น เรื่องของระยะห่างจากถนน และแม่น้ำ จึงไม่มีการต่อใบอนุญาตให้ แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์มาถึง รมว. มหาดไทย ในยุคนั้น ก็ไม่ได้รับอุทธรณ์ ก่อนที่เขาจะมายื่นร้องศาลปกครอง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ณ นาทีนี้ก็ถือว่า ไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นสุสานหรืออะไรก็แล้วแต่

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นศพ 4 ร่าง ที่ประชาชนมีข้อกังวล เชื่อว่ามี 1 ร่าง เสียชีวิตมาตั้งแต่ปี 2564-2566 ในช่วงที่มีใบอนุญาต แต่อีก 3 ร่าง มาในขณะที่ไม่ได้รับและใบอนุญาต และไม่ได้มีการแจ้งไปยังหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด จะมีหนังสือลงไป ให้ย้ายทั้ง 3 ร่าง ออกจากพื้นที่ ส่วนร่างที่มาในขณะที่มีใบอนุญาตก็ถือว่าทำถูกกฎหมาย ตนได้กำชับปลัดอำเภอให้ไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าพบว่าไม่ถูกกฎหมายก็จะถูกเชิญออกด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสุสานชาวยิวในพื้นที่เจริญกรุง กรุงเทพฯ ที่ถูกระบุว่าไม่มีใบอนุญาตให้ตั้งสุสาน เป็นเวลา 30 ปี จะตรวจสอบอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ที่เจริญกรุงหลังจากที่ไปดู โดยเฉพาะผู้ที่นับถือศาสนานี้ก็พบว่าน่าจะมี 4-5 แห่ง ที่ผู้นับถือศาสนานี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปบรรจุ ซึ่งจะรื้อดูทั้งหมดว่าระเบียบเป็นอย่างไร ข้อกฎหมายเป็นอย่างไร รวมถึงสุสานในประเทศไทยมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะถูกดำเนินคดีต่อไป ขณะนี้ได้ส่งคนลงไปดูรายละเอียดแล้ว คาดว่าไม่เกิน 1-2 วัน ก็น่าจะทราบ

สำหรับปัญหาที่เกิดจากชางอิสราเอลได้บานปลายไปทั่วประเทศ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องคนสัญชาติอิสราเอลก็เป็นประเด็นในประเทศไทยมาโดยตลอด ยืนยันว่าตนไม่ได้นิ่งเฉย ระหว่างลงพื้นที่ไปในจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงันลงไปจับอาจจะบังเอิญหรือไม่ตนไม่ทราบ ที่เป็นของคนอิสราเอล ตอนนี้ได้รายงานต่อ รมว.งยุติธรรม ไปแล้ว หลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะมีมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 300 ล้านบาท

กระทรวงมหาดไทย ขยายผลสอบสวนธุรกิจของคนกลุ่มนี้ไปได้เยอะแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นของการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  ในบางพื้นที่ก็จะมี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาร่วมด้วย 

นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย มีทั้งบริษัทนิติบุคคล ถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายกว่า 1,500 บริษัท และยังมีบริษัทต่างชาติต้องสงสัยอีกประมาณ 14,000 บริษัท ถือครองที่ดินประมาณ 5,800 กว่าแปลง มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท  ซึ่งเน้นย้ำไปยังกรมที่ดิน และกระทรวงพาณิชย์ ว่าต้องทำงานร่วมกัน ในส่วนที่บริษัทที่กระทำผิดกฎหมายกว่า 1,500 แห่ง จะให้ผู้ว่าราขการจังหวัด ทำเรื่องบังคับจำหน่ายออกทันที ส่วนบริษัทที่ต้องสงสัยนั้นขอเวลาตรวจสอบประมาณ 15 วัน ถ้าพบว่าผิดก็จะต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

นายพลพีร์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีกฎหมาย ต่างชาติต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ส่วนการที่เปลี่ยนเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นในบริษัท มาจดทะเบียนวันแรก เขาเป็นไทยแท้ 100% หลังจากนั้นมีการปรับเปลี่ยนออนไลน์ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เห็น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ได้ให้กรมการปกครอง กรมที่ดิน และกระทรวงพาณิชย์ ได้คุยกัน ว่าอาจจะต้องมีระบบหลังบ้านที่ทำให้กระทรวงมหาดไทยสามารถเช็กข้อมูลได้ลึกมากกว่านี้ หรือกระทรวงพาณิชย์จะมีระบบอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ามีสัดส่วนของชาวต่างชาติมาถือครองที่ดิน หรือบริษัทผิดกฎหมายจะมีระบบแจ้งเตือนขึ้นมาอย่างไร

“ขอประชาชนอย่ากังวลใจ เพราะตอนนี้เราเห็นตัวเลขและชื่อบริษัทหมดแล้ว ส่วนคนไทยที่มีส่วนร่วมในการจัดตั้งบริษัทต่าง ๆ เราก็กำลังเช็คว่ามีกำลังพอที่จะมาจัดตั้งบริษัทหรือไม่ ตอนนี้ตรวจสอบไปประมาณ 50,000 ชื่อ พบบางส่วนเป็นผู้ถือครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ด้วย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง