เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน (7 ก.ย.) ที่ประชุมสภาฯ ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 วาระที่ 2 และ วาระที่ 3 เป็นวันแรก โดยใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง และจบลงที่มาตรา 13 ซึ่งเป็นงบฯ ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีข้อสังเกตหลาย ๆ ประการจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่เสนอให้ตัดลดงบประมาณ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณา โดย "นายกฯ อนุทิน" เดินทางมาร่วมรับฟังการอภิปรายด้วย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า กรรมาธิการฯ ร่วมกันพิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วย ซึ่งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
โดยกรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท พิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
หลังจากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาในรายมาตรา ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การอภิปรายของนายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการ ซึ่งได้สงวนความเห็นในมาตรา 4 โดยเสนอให้จัดทำงบแบบ Zero Growth Budget และลดวงเงินงบประมาณลง 7,400 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหางบขาดดุล และภาระหนี้ภาครัฐ พร้อมเสนอทางออกให้กับประเทศ คือ การหยุดเพิ่มงบประมาณในช่วง 2-3 ปีหลังจากนี้ เนื่องจากในระยะอันใกล้นี้ อาจหนีไม่พ้นกับดักทางด้านการคลัง ที่จะนำไปสู่วิกฤตการเงินการคลัง และวิกฤตเศรษฐกิจ
พร้อมเสนอให้ดึง "เงินนอกงบประมาณ" ที่มีอยู่ประมาณ 4 ล้านล้านบาทเข้ามาช่วย แต่พบข้อมูลที่น่าตกใจ คือมีหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของเงินนอกงบประมาณ ยอมให้นำเงินมาสมทบกับงบประจำปี 2570 เพียง 95,000 ล้านบาทเท่านั้น
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัดงบในภาพรวม 150,000 ล้านบาท
เพราะปีนี้รัฐบาลยังออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มอีก 200,000 กว่าล้านบาท เพิ่มเติมจากงบประมาณปี 2570 จึงเห็นว่าการที่รัฐบาล และกรรมาธิการพิจารณาให้หนี้สาธารณะเกือบจะชนเพดาน ยังไม่รวมหนี้ที่ค้างอยู่กับรัฐวิสาหกิจ-ธนาคารของรัฐ จึงเป็นเรื่องที่อันตราย
ขณะที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน อภิปรายในมาตรา 6 งบกลาง โดยเสนอให้ปรับลด 50,000 ล้านบาท เพราะมองว่าในจำนวนนี้ประมาณ 12,000 ล้านบาทซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ที่ออกมาก่อนหน้านี้
เช่นเดียวกับ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการ อภิปรายในส่วนของงบกลาง เสนอให้ชะลอการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ 1-2 ปี เพื่อนำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในการอภิปรายเมื่อวาน (7 ก.ย.) มีสีสันเกิดขึ้นมากมาย เพราะมีการตั้งป้ายปริศนาจากพรรคต่าง ๆ เป็นตัวเลข
เริ่มจากพรรคประชาชน ตั้งป้ายสีน้ำเงิน และเลข 229 สื่อถึงจำนวน สส.รัฐบาล และ สว. ที่เข้าไปพัวพันกับคดี "ฮั้ว สว."
พรรคภูมิใจไทย ใช้ป้ายสีส้ม เลข 44 คาดว่าสื่อถึงจำนวน สส.พรรคก้าวไกล 44 คนที่เคยเสนอแก้ไขมาตรา 112 และยังมีเลข 143 ที่เป็นจำนวน สส.พรรคประชาชน ที่เคยโหวต "นายกฯ อนุทิน"
เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งป้ายเลข 7-157 หมายถึง 7 กกต. ที่อาจถูกดำเนินคดีมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากไม่มีการสั่งฟ้องคดีฮั้ว สว.