เช้านี้ที่หมอชิต - อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ฝนตกหนักทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสาย ชายแดนไทย-เมียนมา เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังมีฝนตกพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้น้ำทะลักท่วมชุมชนลุ่มต่ำ
น้ำจากแม่น้ำสายไหลทะลักผ่านแนวป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากมีการรื้อกระสอบทรายบางส่วนออกจากแนวป้องกันน้ำท่วม ทำให้น้ำหลากท่วมชุมชนเกาะทราย และบริเวณหน้าโรงแรมแม่สายคอมเพล็กซ์ เนื่องจากเกิดฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมกำลังกันเข้าไปแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่สามารถควบคุมการรั่วของน้ำได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงทำให้บริเวณใกล้เคียงกับจุดดังกล่าวมีน้ำท่วมขังอยู่บ้าง แต่ระดับน้ำไม่ได้สูงมากนัก
ขณะที่ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 พบว่าปริมาณน้ำสูงจนแตะพื้นสะพาน สภาพน้ำมีสีขุ่นแดง ไหลแรงและไหลเชี่ยว ที่สำคัญยังมีเศษไม้ไหลมาติดอยู่บริเวณสะพานจำนวนมาก ทำให้ขวางทางน้ำ เจ้าหน้าที่ทั้งไทยและเมียนมาต้องช่วยกันนำรถแบ็กโฮตักเศษไม้ เศษขยะขึ้นจากน้ำ เพื่อให้น้ำไหลสะดวกขึ้น
ขณะที่ ฝั่งเมียนมา กระแสน้ำแรงอัดมหาศาลพัดกำแพงป้องกันน้ำท่วมพังทลายลง ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่ชุมชน และเขตเศรษฐกิจในจังหวัดท่าขี้เหล็ก อย่างหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั้งสองฝั่งกำลังเร่งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ต่อมา นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 โดยได้หารือกับทางการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ของเมียนมา ถึงแนวทางในการรับมือและป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำสายอีก
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า ปัจจัยสำคัญคือปริมาณฝนตกหนักพื้นที่ต้นน้ำในเมียนมา ทำให้มีมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลลงมา แต่ยังไม่เกิน 100 มม. ตนยืนยันว่าระบบป้องกันที่ได้ทำไว้ยังสามารถรองรับได้ ขอให้พี่น้องประชาชนเบาใจได้ ว่าระดับน้ำจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2567
ล่าสุดช่วงเวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมา ยังคงระดมกำลังนำเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ตักเศษไม้ เศษขยะ ที่ไหลมาติดอยู่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ขณะที่ระดับน้ำในลำน้ำสาย ลดระดับลงต่อเนื่อง จึงทำให้ชาวบ้านต่างเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่าไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่อย่างแน่นอน