สนามข่าว 7 สี - เมื่อวานนี้ "ลุงค้ำ" กลับถึงบ้านเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษแล้ว พร้อมกับ "กอดแรก" ของญาติพี่น้อง ในรอบกว่า 40 ปี
ทันทีที่ "ลุงค้ำ ใยอิ้ม" เหยียบผืนแผ่นดินบ้านเกิด ที่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ก็ได้รับการสวมกอดแรกจากพี่-น้อง ปรี่ไปรับถึงประตูรถ และร้องไห้ด้วยความดีใจและคิดถึง
ภารกิจนี้ ต้องขอขอบคุณผู้สื่อข่าวพิเศษจังหวัดภูเก็ต "พี่สมชาย" และ ผู้สื่อข่าวพิเศษจังหวัดศรีสะเกษ "พี่พัฒน์พงษ์" ประสานงานร่วมกัน พา "ลุงค้ำ" เดินทางกันข้ามคืน ด้วยระยะทางกว่า 1,337 กิโลเมตร จนญาติพี่น้องได้เจอหน้ากันอีกครั้ง แต่ในในยามที่อายุมากขึ้น แก่เฒ่ากันแล้ว คนนั้นคนนี้ ก็เข้ามาทักทาย และถามว่า "จำเฮาได้ บ่"
หลังทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ เรียกขวัญ ญาติพี่น้องนำสำรับกับข้าว อาหารคาว หวาน น้ำดื่ม พา "ลุงค้ำ" ไปไหว้พ่อแม่ที่เจดีย์เก็บกระดูก บอกกล่าวให้ทั้ง 2 ท่าน รับรู้ว่าลูกชายคนนี้กลับถึงบ้านแล้ว และสัญญาว่าจะไม่ไปไหนอีกแล้ว
ส่วนอาหารมื้อแรกของ "ลุงค้ำ" ทั้งญาติพี่น้อง ตลอดจนเพื่อนบ้าน ร่วมกันปรุงเมนูอย่างสุดฝีมือ เป็นซอยจุ๊ และก้อยขม ซึ่งตอนที่ "ลุงค้ำ" อยู่ภูเก็ต ก็กินเป็นประจำ แต่ยอมรับว่า รสชาติไม่แซบเหมือนที่นี่ และในวันนี้ (8 ก.ย.) ญาติพี่น้องจะพา "ลุงค้ำ" ไปตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ตัวตนตามขั้นตอน ก่อนจะไปทำบัตรประจำตัวประชาชนที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์ ที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัย เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์
สำหรับ "พี่สมชาย" ญาติพี่น้องได้มอบผ้าขาวม้าที่ถักทอด้วยมือ และข้าวสาร 3 กระสอบ เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนน้ำใจด้วย
"ลุงค้ำ" ยืนยัน จะขออยู่ทำนาช่วยพี่น้องที่บ้านเกิด หลังจากบ้านไปนานกว่า 40 ปี เพื่อหางานทำที่ภาคใต้ โดยไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านอีกเลย กระทั่งบัตรประจำตัวประชาชนหาย และไม่ได้รับสวัสดิการใด ๆ จากภาครัฐ