วันนี้ (8 ก.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม น.ส.นภาพร อายุ 29 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงและ ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเองเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น” ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 428/2569 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีรถไฟราชบุรี ในะนที่ ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2568 กลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์นำรถยนต์ที่พบเห็นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ มาสวมรอยใช้เป็นข้อมูลประกอบการหลอกขายให้แก่ประชาชน
โดยได้นำภาพถ่ายรถยนต์ รายละเอียดรุ่นรถและข้อมูลการขายจากประกาศที่มีอยู่จริงมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนนำไปเผยแพร่หรือเสนอขายต่อในช่องทางออนไลน์ของตนเอง
เมื่อมีผู้สนใจติดต่อสอบถาม มิจฉาชีพจะพูดคุยในลักษณะของผู้ขายรถยนต์ทั่วไป แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ ราคาและเงื่อนไขการซื้อขายเพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจและเชื่อว่ามีรถยนต์อยู่จริง
จากนั้นจึงอาจอ้างว่ามีผู้สนใจหลายราย รถมีราคาพิเศษ หรือจำเป็นต้องโอนเงินมัดจำเพื่อจองรถและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นซื้อไปก่อน ด้วยความเชื่อว่ากำลังจะได้ซื้อรถยนต์ในราคาที่ตกลงกัน ผู้เสียหายจึงตัดสินใจโอนเงินมัดจำให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพตามบัญชีที่แจ้ง โดยไม่ได้รับรถยนต์ตามที่ตกลงไว้ เมื่อถึงกำหนดนัดหมายส่งมอบรถ มิจฉาชีพกลับ
ไม่สามารถนำรถยนต์มาส่งมอบได้
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหรือพยายามติดต่อผู้ขาย จึงพบความผิดปกติและไม่สามารถติดต่อได้ตามปกติ ทำให้ทราบว่าตนเองอาจถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์นำข้อมูลรถยนต์จากแพลตฟอร์มออนไลน์มาใช้หลอกขายประชาชน โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของภาพรถและรายละเอียดการขายเป็นเครื่องมือในการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำ ส่งผลให้มีผู้เสียหายหลายรายและมียอดความเสียหายรวมประมาณ 1,200,000 บาท
โดยพฤติกรรมของมิจฉาชีพ มักใช้ช่องทาง Facebook, Line หรือสื่อสังคมออนไลน์ ติดต่อเหยื่อ นำข้อมูลจากแพลตฟอร์มออนไลน์มาใช้หลอกประชาชน โดยอาศัยความน่าเชื่อถือและรายละเอียดการขายเป็นเครื่องมือในการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำ
ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่า น.ส.นภาพร นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางมายัง จ.ราชบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ
จากการสอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อช่วงประมาณต้นปี 2568 ได้มีเพื่อนของแฟน ค่อนข้างสนิทกันมากได้มานั่งคุยนั่งเล่นที่บ้านประจำ ต่อมาเพื่อนของแฟนได้ขอยืมบัญชีธนาคารของแฟนกับของตนเพื่อรับโอนเงิน
ตนไม่ทราบว่าเพื่อนของแฟนนำบัญชีไปรับโอนเงินอะไร จนมาทราบภายหลังว่าได้นำบัญชีของตนไปรับโอนเงินที่กระทำผิดกฎหมาย แล้ววันนี้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ตนมีนัดขึ้นศาลราชบุรี ศาลนัดสืบพยานนัดสุดท้าย
ส่วนแฟนของตนกับเพื่อนของเเฟน โดนจับและถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับบัญชีม้าเหมือนกัน ตอนนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำราชบุรีได้ปีกว่า ๆ แล้ว ตอนนี้ตนไม่ทราบว่าจะมีคดีอะไรอีกหรือไม่