สนามข่าว 7 สี - เหตุน้ำมันรั่วไหลลงท่อระบายน้ำใต้ทางด่วน ถนนเชื้อเพลิง ย่านพระราม 3 เจ้าหน้าที่เร่งทำการดูดน้ำ และน้ำมันออกจากบ่อพักทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ทำให้ประชาชนเสี่ยงเป็นอันตราย ส่วนที่ว่าจะมาจากที่ไหน ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบอยู่เช่นเดิม
อย่างช่วงแรกที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปไลฟ์สดติดตามดูการแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ก็ชัดเจนว่ามีอันตรายต่อชาวบ้านจริง เพราะค่าการระเหยของน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูงเกินค่ามาตรฐาน ต้องฉีดโฟมเพื่อลดอัตราการระเหยลง แต่เพราะทำไปได้แค่ 3 ชั่วโมง มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ต้องยุติการทำงานชั่วคราว
ก่อนจะกลับมาเริ่มดำเนินการต่ออีกทีช่วงเช้า ซึ่งนอกจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งก็คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกรมควบคุมมลพิษ ยังได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญบริษัทน้ำมัน 2 แห่ง ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ มาช่วยนำตัวอย่างน้ำมันในท่อระบายน้ำไปวิเคราะห์ด้วย
โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางสัญจรบริเวณใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 ไปจนถึงชุมชนพัฒนาอาเซีย เพื่อนำรถเข้ามาสูบน้ำออกจากบ่อพักท่อระบายน้ำรวม 8 จุด ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบคราบน้ำมันทุก ๆ 1 ชั่วโมง ซึ่งตัวอย่างน้ำ ผสมน้ำมันที่สูบขึ้นมาก็จะมีสภาพเป็นสีดำ ซึ่งเป็นได้ทั้งน้ำดิบ น้ำมันเตา และน้ำมันล่อลื่นที่ผ่านการใช้งาน
ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ได้ค้นหาสาเหตุไปเรื่อย ๆ เช่นได้เข้าสอบถามกับอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ก็มีพนักงานของร้านมาอธิบาย ยืนยันว่าที่ผ่านมาร้านไม่เคยทิ้งน้ำมันลงท่อระบายน้ำ เพราะน้ำมันที่ได้จากการทำงาน สามารถนำไปขายต่อได้ ไม่มีเหตุผลที่ต้องเททิ้ง
ผลของการทำงานต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง ทำให้ค่าการระเหย และการเสี่ยงติดไฟ หรือ LEL พบว่ามีค่าเป็น "0" หรือแปลว่า ความเสี่ยงต่อการติดไฟต่ำ แต่ค่า "สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย" หรือ "VOCs" ซึ่งเป็นค่าที่จะบอกได้ว่า คนส่วนใหญ่จะได้กลิ่นมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่ 325 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่แล้ว
จนกระทั่งเวลา 19:00 น. เจ้าหน้าที่ได้ดูดน้ำมันที่อยู่ในท่อระบายน้ำออกมาได้ประมาณ 70-80 % จะเหลือคราบน้ำมันบางส่วนที่ยังลอยอยู่บนผิวน้ำและติดอยู่ในท่อเล็กน้อย จึงยุติภารกิจไป โดยในช่วงกลางคืนที่ผ่านมาก็ยังมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ส่วนการตรวจวัดมลพิษ ล่าสุดพบว่าค่าปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ลดลงจากเดิม ส่วนค่าระดับการติดไฟ หรือ LEL ยังอยู่ที่ "0" ไม่เป็นอันตราย แต่ในพื้นที่ก็ยังมีกลิ่นน้ำมันโชยอยู่เป็นช่วง ๆ
ซึ่งการใช้รถดูดน้ำมันขึ้นมาในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำมันผสมอยู่กับน้ำบางส่วน ประมาณ 17,000 ลิตร
ส่วนภารกิจถัดไปคือ การลงสำรวจว่ามีการรั่วไหลจากท่อส่งน้ำมันในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัทน้ำมันที่ท่อส่งน้ำมันไปถึงคลังผ่านจุดเกิดเหตุ ร่วมภารกิจสำรวจ โดยจะมีการประชุมวางแผนกันในเวลา 09.00 น. วันนี้ (9 ก.ย.) ก่อนจะดำเนินการสำรวจรอยรั่วต่อไป