แก๊งสแกมเมอร์ค้าอวัยวะเหยื่อ มีจริงหรือ

View icon 9
วันที่ 9 ก.ย. 2569 | 11.18 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - พากันหวาดผวา หลังมีข้อมูลว่าแก๊งสแกมเมอร์ในเคเคปาร์ค ประเทศเมียนมา แท้จริงแล้ว แอบแฝงขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ข้ามชาติ

ยังจำกันได้หรือไม่ กรณีกองกำลังบีจีเอฟ เมียนมา เข้าปราบปรามสแกมเมอร์ในเมืองเคเคปาร์ค จังหวัดเมียววดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งการระเบิดครั้งนั้นเป็นเพียงภาพลวง เพื่อลดแรงกกดดันจากนานาชาติ ที่ทยอยคว่ำบาตรผู้เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์

ซึ่งหลังการปราบปรามมีข้อมูลว่าการระเบิดก็เพื่อทำลายพยานหลักฐานการค้าอวัยวะมนุษย์ เพราะว่าในเคเคปาร์คมีโรงพยาบาลของแก๊งสแกมเมอร์อยู่ด้วย ซึ่งมีไว้เพื่อผ่าตัดขโมยอวัยวะมนุษย์จากเหยื่อที่ถูกหลอกมา เพื่อขายในตลาดมืด

เหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกหลอกมาบังคับทำงานสแกมเมอร์ จะถูกเก็บตัวอย่างเลือด โดยอ้างว่าเพื่อตรวจหาเชื้อเอชไอวี แต่แท้จริงแล้ว เพื่อนำไปเปรียบเทียบความเข้ากันได้ของเลือดและเนื้อเยื่อ ของคนที่รอเปลี่ยนอวัยวะ และมีเหยื่อจำนวนมากสูญหายไปในเคเคปาร์ค

ประเด็นนี้มีความเห็นจาก "เบิร์ด" ตัวแทน ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน หรือ IMF ภาคตะวันออก มองเรื่องกระแสข่าวการค้าอวัยวะข้ามชาติ แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและเรื่องมือแพทย์ชั้นสูงเพื่อเก็บรักษาอวัยวะก่อนส่งต่อ แต่ในความเป็นจริงห้องที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ในตึกสแกมเมอร์เป็นเพียงคลินิก หรือ โรงพยาบาลย่อยที่ตั้งขึ้นเพื่อปฐมพยาบาลเหยื่อการค้ามนุษย์ ที่เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย ซ้อมทรมาน และถ้ามีวิทยาการแพทย์ที่ดีระดับนั้น เหตุใดชาวกัมพูชาจึงเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลฝั่งไทย

นอกจากนี้การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะต้องอาศัยเครื่องมือ ห้องผ่าตัด ห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน และมีความแม่นยำสูง หากกลุ่มทุนประเทศจีนอยากลงทุนทำเรื่องนี้จริง ใช้การระดมทุนสร้าง หรือ แฝงตัวในโรงพยาบาลขนาดใหญ่จะสมเหตุสมผลกว่าทำในตึกสแกมเมอร์

สำหรับความเคลื่อนไหว และรูปแบบการทำงานใหม่ของแก๊งสแกมเมอร์ ปัจจุบันแก๊งสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชาเริ่มเงียบลง มีการปรับตัวเพื่อหลบหลีกเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน เน้นคนสมัครใจและย้ายที่อยู่ตลอดเวลา กระจายตัวไปเช่าบ้านอยู่ตามชุมชน และจะขยับย้ายที่อยู่ทุก ๆ 1-3 เดือน

ส่วนเรื่องการทำบัญชีม้า ขบวนการได้ย้ายไปเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนแถบภาคเหนือแทน แต่ถึงแม้พื้นที่สระแก้วจะเงียบลง แต่ความเสียหายรวมของคนในประเทศไทยยังคงเท่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง