ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามต่อปมสุสานชาวยิว พื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคลื่อนย้ายศพออกจากสุสาน ภายใน 7 วัน ซึ่งระหว่างต้องจับตาดูต่อไปว่า บริษัทเจ้าของที่ดิน หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสุสานแห่งนี้จะดำเนินการตามคำสั่งผู้ว่าฯ อย่างไร
ขีดเส้น 7 วัน ย้ายสุสานชาวยิว "นฤชา" เชื่อ จนท.มีวิธีหาเจ้าของ
เพื่อให้คำสั่งเป็นที่ชัดเจน เมื่อวานเจ้าหน้าที่นำป้ายไวนิลที่พิมพ์เอกสารคำสั่ง ไปติดประกาศบริเวณทางเข้าสุสานชาวยิว และอีกสิ่งที่ต้องทำควบคู่ ขณะนี้ นายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า ได้มอบหมายให้ผู้ช่วย นายทะเบียนอำเภอฯ ส่งเรื่องประสานไปยังผู้ยื่นคำขอตั้งสุสาน หรือ บริษัทเจ้าของที่ดิน เพื่อให้รับทราบคำสั่งฯ ดังกล่าวด้วย
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดวันนี้ ทราบว่า เจ้าหน้าที่ห้องทะเบียนอำเภอบางคล้า ได้ติดต่อประสานบริษัทเอกชนที่เป็นเจ้าของที่ดินแล้ว เบื้องต้น ทราบว่าจะส่งผู้แทนเข้ามาเซ็นรับเรื่อง แต่ระบุไม่ได้ระบุ วัน เวลา ว่าจะเข้ามาเมื่อใด
ทั้งนี้ ตามขั้นตอนของกฎหมาย เปิดช่องให้แก่ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ดินนั้น ๆ สามารถยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิได้ภายใน 15 วัน ซึ่งหากมีการอุทธรณ์ต่อ ตามขั้นตอนต่อไป เจ้าพนักงานฯ ก็ต้องส่งเรื่องต่อไปยังผู้ที่อำนาจสูงกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นผู้พิจารณาเรื่องการอุทธรณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ทางอำเภอฯ สั่งกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ พร้อมกันนี้นายอำเภอบางคล้า ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิด บริเวณถนน หน้าสุสานฯ เพื่อไว้ตรวจสอบดูความเคลื่อนไหว หากมีการนำศพเข้ามาเพิ่มในสุสาน
ไปฟังมุมของชาวบ้านในพื้นที่กันนิดนึง นางนวลพันธ์ แฉ่งเจริญ บอกว่า ถึงแม้ขณะนี้ ผู้ว่าฯ จะมีคำสั่งออกมาแล้วที่ระบุให้ผู้เกี่ยวข้อสุสานชาวยิว ย้ายศพออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน แต่ยอมรับว่าตนเอง รวมทั้งชาวบ้านคนอื่น ๆ ยังมีความกังวล เนื่องจากสุสานฯ ยังตั้งอยู่ใกล้ศูนย์เด็กเล็ก
อีกทั้งยังใกล้พื้นที่ทำการเกษตร และแหล่งน้ำ ซึ่งตามวิถีชีวิตของชาวบ้านละแวกนี้ มีทั้งคนที่ต้องใช้แหล่งน้ำทำการเกษตร และบางส่วนก็นำไปใช้ในครัวเรือนด้วย หากมีสุสานอยู่ใกล้ชุมชน ก็กลัวส่งผลให้น้ำเสีย
เช่นเดียวกับ นายชยันต์ สุขพราย อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยในการสร้างสุสาน นอกจากกลัวส่งผลกระทบสภาพแวดล้อม ชาวบ้านที่ต้องใช้เส้นทางนี้สัญจรเข้าออกหมู่บ้าน ต้องผ่านสุสานทุกวัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ยิ่งรู้สึกวังเวง ไม่ปลอดภัย
ซึ่งในระหว่างผลของคำสั่งผู้ว่าฯ ยังไม่ครบกำหนด 7 วัน ที่ระบุให้ผู้เกี่ยวข้อสุสานชาวยิว ดำเนินการย้ายศพออกจากพื้นที่ ชาวบ้านได้ช่วยกันเฝ้าระวัง หากพบมีอะไรผิดปกติ อย่างเช่นมีการนำศพเข้าไปภายในสุสานเพิ่มเติม ก็ขอให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานของราชการ เข้าตรวจสอบและงับเหตุได้ทันที
ส่วนกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราให้เจ้าพนักงานนำเอกสารไปยื่นให้เจ้าของสุสาน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่ แต่ยังติดต่อเจ้าของพื้นที่มาเซ็นรับหนังสือไม่ได้นั้น
เรื่องนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า หากไม่พบเจ้าของพื้นที่ก็ต้องหาให้พบ เจ้าหน้าที่มีวิธีการแจ้งเอกสารทางราชการอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะไม่รับอุทธรณ์เรื่องการใช้พื้นที่ เพราะผิดหลักเกณฑ์ และไม่ได้ต่อใบอนุญาต และหากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปเอื้อ เรียกรับประโยชน์ ถือว่าเป็นความผิดล้านเปอร์เซนต์ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่และเข้มข้น
"นฤชา" เชื่อ จนท.มีวิธีหาเจ้าของสุสานยิว
นายนฤชา ยังกล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติที่สร้างปัญหาในไทยว่า ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 ซึ่งการเนรเทศเป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้นในการจะทำให้สังคมสงบสุข ซึ่งไทยยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามา แต่เมื่อเข้ามาแล้วต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย หากใครสร้างความเดือดร้อน กระทบต่อความสงบสุขของประชาชนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ต้องดูเป็นราย ๆ ไป เพราะชาวต่างชาติที่เข้ามาแล้วอยู่อย่างสงบสุข เป็นปกติก็มีจำนวนมาก เพียงแต่ช่วงที่ทำกิจกรรมจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคม