ปมอุเทนถวาย-ปทุมวัน “ยศชนัน” สั่งห้ามใช้พื้นที่พิพาทเรียน-สอน 3 เดือน

ปมอุเทนถวาย-ปทุมวัน “ยศชนัน” สั่งห้ามใช้พื้นที่พิพาทเรียน-สอน 3 เดือน

View icon 69
วันที่ 9 ก.ย. 2569 | 14.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หย่าศึกอุเทนถวาย-ปทุมวัน “ยศชนัน” สั่งห้ามใช้พื้นที่พิพาทจัดการเรียนการสอน 3 เดือน เร่งจัดพื้นที่เรียนใหม่ หากย้ายพื้นที่ไม่เสร็จจะงดเข้าพื้นที่พิพาทต่อไป ยืนยันไม่นำพื้นที่ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ย้ำต้องเร่งแก้เพราะพื้นที่สยาม-ปทุมวัน กระทบต่อความมั่นคง-ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

วันนี้ (9 ก.ย.69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่การจัดการศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ว่า การหารือครั้งนี้เป็นการสานต่อแนวทางที่ทุกฝ่ายได้พูดคุยและดำเนินการร่วมกันมาแล้ว ไม่ใช่ทับซ้อนหรือยกเลิกคำสั่งหรือแนวทางเดิม แต่ต้องการทำให้สิ่งที่ได้ตกลงกันไว้สามารถเดินหน้าได้รวดเร็วและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการพิจารณาประเด็นด้านกฎหมาย ความมั่นคง และความปลอดภัย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกรอบเวลาที่ชัดเจน

“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของ 2 สถาบัน แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ปทุมวันและสยาม ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ท่องเที่ยว และพื้นที่การศึกษา มีเยาวชนเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกัน ดังนั้น ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด”

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหารของทั้ง 2 สถาบัน ได้กำหนดแนวทางดำเนินการ 4 ประเด็น ดังนี้

1. งดจัดการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน โดยจะดำเนินการทันทีนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.69 นี้ เป็นต้นไป โดย กระทรวง อว.จะออกคำสั่งให้ทั้ง 2 สถาบันปฏิบัติตาม เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ หากการเปลี่ยนผ่านด้านพื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ จะยังคงงดการเข้าใช้พื้นที่พิพาทต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้บริหารทั้ง 2 สถาบันจะต้องจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มาตรการด้านความปลอดภัยส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของนักศึกษา

2. เร่งจัดพื้นที่ใหม่ให้อุเทนถวาย โดยมอบหมายให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ที่ไม่อยู่ในพื้นที่พิพาท และเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่กำหนด เพื่อให้สามารถย้ายการจัดการเรียนการสอนไปยังพื้นที่ใหม่ได้ หากยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกรอบเวลาดังกล่าว จะต้องพิจารณาขยายระยะเวลาการงดใช้พื้นที่พิพาทออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

3. ให้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน จัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านด้วย นอกจากการปฏิบัติตามมาตรการงดใช้พื้นที่ 3 เดือน ยังต้องเตรียมความพร้อมในระยะยาวด้วย สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพื้นที่ หากมีความจำเป็นในอนาคต โดยไม่กระทบต่อการจัดการศึกษา

4. พัฒนาพื้นที่เดิมให้เป็นพื้นที่ด้านการศึกษา อุตสาหกรรม และนวัตกรรม โดยพื้นที่ปัจจุบันที่อุเทนถวายใช้งาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันจะไม่ใช้พื้นที่ดังกล่าวในเชิงการค้าหรือเชิงพาณิชย์ แต่จะรักษาแนวคิดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและนวัตกรรม เปิดโอกาสให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมจากสถาบันที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกระทรวง อว.จะร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวให้ยังคงมีบทบาทเป็นพื้นที่ด้านการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรม และนวัตกรรมต่อไป

ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจะมีการดูแลด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเข้ามาดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยว ว่า พื้นที่สยามและปทุมวัน เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างปลอดภัย

“สิ่งที่ต้องการเห็น คือ การยุติข้อพิพาทอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วันนี้จึงต้องใช้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่มีอยู่เป็นกรอบในการดำเนินการ พร้อมกำหนดหน้าที่และกรอบเวลาของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า กระทรวง อว. จะดูแลทั้ง 2 สถาบันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าการจัดการเรียนการสอนจะอยู่ในพื้นที่ใด โดยจะสนับสนุนเครื่องมือและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนแปลงด้านพื้นที่กระทบต่อคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ของนักศึกษา พร้อมทั้งรักษาเกียรติและศักดิ์ศรี ของทั้ง 2 สถาบัน รวมทั้งศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง