เช้านี้ที่หมอชิต - กระทรวงการคลัง เล็งเพิ่มสิทธิ์รับเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท จากเดิม 1 ล้านครัวเรือน เป็น 1.5 ล้านครัวเรือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากวิกฤตราคาพลังงานที่แพงขึ้น
โดยจะสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมายครอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน โดยขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะขยายให้ครอบคลุมถึง 1.5 ล้านครัวเรือน จะเป็นเงินประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งยังน้อยกว่างบประมาณที่ใช้สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมา ที่ใช้ไปถึง 60,000 ล้านบาท
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ กำหนดสิทธิ์ไว้ที่ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ผู้ขอรับสิทธิ์ต้องเป็นเจ้าของ "มิเตอร์ไฟฟ้า" หรือเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของ กฟผ. สามารถเลือกติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้ทั้งบนหลังคาบ้านหรือบนพื้นที่ดิน รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท
แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนให้ก็ต่อเมื่อ การไฟฟ้าได้เข้าไปดำเนินการจั๊มไฟหรือเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าจริงเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการทุจริต
นอกจากนี้ รัฐบาลจับมือกับ 3 ธนาคาร ออมสิน, ธ.ก.ส. และ ธอส. เข้ามาช่วยลงทุนให้ก่อน ดังนั้นประชาชนไม่ต้องควักเงินลงทุนเองเลย จากนั้น กฟผ. จะรับซื้อไฟและนำเงินรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนธนาคาร
นายเอกนิติ ระบุว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การเปลี่ยนประชาชนจาก “ผู้บริโภค” ให้กลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้า” และสามารถขายไฟคืนให้รัฐได้ โดยภายในวันที่ 11 กันยายนนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายละเอียด เพื่อขอใช้เงินภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หรือช้าสุดไม่เกินสัปดาห์หน้า คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้