ยืดเยื้อข้ามคืน ปิดล้อมบ้าน “ตำรวจปืนดุ”

View icon 32
วันที่ 10 ก.ย. 2569 | 06.01 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจปิดล้อมข้ามคืน เกลี้ยกล่อมหวังให้ “ร้อยตำรวจตรี” ก่อเหตุบุกยิงภรรยา เสียชีวิตภายในโรงเรียนมอบตัว แต่ยังไม่เป็นผล แม้ว่าลูกชายของผู้ก่อเหตุ จะมาช่วยเจรจาแต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ

สิบตำรวจเอก รชต หรือ โฟล์ค ตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประจำจังหวัดนราธิวาส ตะโกนเจรจากับ “หมวดโอ๋” ผู้เป็นพ่อ ขังตัวเองในบ้านพัก ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

หลังเมื่อช่วง 10.38 น. หมวดโอ๋ ได้ถือปืนบุกไปยิงภรรยา ซึ่งเป็นครู ในระยะเผาขน จนเสียชีวิตภายในโรงเรียนอนุบาลฯ ห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร

จากนั้น หมวดโอ๋ ขับรถเก๋งกลับเข้าบ้าน ขังตัวเองอยู่ในนั้นตั้งแต่ช่วงเช้า ตลอดทั้งวันตำรวจพาญาติเข้ามาเกลี้ยกล่อมแต่ก็ไม่เป็นผล

ผ่านไป 10 ชั่วโมง สิบตำรวจเอก รชต ลูกชายเดินทางจากภาคใต้ไปถึงบ้าน พยายามตะโกนเกลี้ยกล่อม บอกว่า รักพ่อ ขอให้พ่อออกมาพูดคุยกันทางหน้าต่าง ขอให้พ่อรับโทรศัพท์พูดคุยกัน รับประกันความปลอดภัย จะขอเข้าไปพูดคุยกับพ่อในบ้าน อยากจะกอดพ่อ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ

ญาติของ “หมวดโอ๋” เฝ้าติดตามเหตุการณ์อยู่ในพื้นที่บอกว่าหลังทราบข่าวว่าหมวดโอ๋ยิงภรรยา โทรศัพท์มาพูดคุยเกลี้ยกล่อม ให้เจ้าตัวตั้วสติคิดให้รอบคอบ ทางหมวดโอ๋ หัวเราะเบาะ ๆ แล้วก็วางสาย จากนั้นไม่รับโทรศัพท์จากญาติ ๆ อีก

จนลูกชายมาเกลี้ยกล่อมก็ยังไม่เป็นผล ทุกคนก็ได้แต่เอาช่วยให้สถานการณ์จบลงด้วยดี ส่วนมูลเหตุจูงใจญาติไม่ทราบรายละเอียด เพราะที่ผ่านมาหมวดโอ๋ไม่เคยบอกกล่าวให้ทราบ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ กำชับผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลความปลอดภัย สภาพจิตใจของเด็ก ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

เวลา 22.00 น. นายกองเอก เจเศรษฐ์ ยังได้เดินทางไปยังบ้านพักของผู้ก่อเหตุ เพื่อรับทราบสถานการณ์ ขอความร่วมมือทุกฝ่ายหยุดเผยแพร่ ส่งต่อภาพเหตุการณ์ เพราะส่งผลกระทบต่อจิตใจครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมขอให้ร่วมกันส่งกำลังใจกัน ไม่ให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เผยว่าทิศทางสถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีการสูญเสียเพิ่มเติม ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ก้าวร้าว มีท่าทีสงบ เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือพิเศษติดตามความเคลื่อนไหว พบร่องรอยความร้อนบริเวณชั้นบนบ้าน ส่วนมาตรการรับมือ “เน้นการเจรจา ไม่ใช่การบุกจู่โจม เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรัด”

สส.พรรคประชาชน แถลงแสดงความเสียใจต่อเหตุความรุนแรงที่เกิดเหตุในโรงเรียน ซึ่งเกิดซ้ำรอยหลายครั้ง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เสนอให้แก้ปัญหาความรุนแรงทั้งระบบ ไม่ใช่โยนภาระให้ครู หรือโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว

พรรคประชาชนกำลังยกร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในโรงเรียน ดูแลความปลอดภัยในองค์รวม ไปจนถึงบริบทแวดล้อมของนักเรียน เข้าสู่สภาฯ โดยเร็ว เพื่อให้กฎหมายสามารถบังคับใช้ได้ทันท่วงที

พร้อมมองว่าปัญหาความรุนแรงในชีวิตคู่และครอบครัวว่าต้องเปลี่ยนจากการกำกับคน มาเป็นกำกับระบบ จึงได้ยื่น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เข้าสู่สภาฯ ไปแล้ว และกำลังรอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง

สส.พรรคประชาชน บอกอีกว่า เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นอีกว่าปืนของเจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นเครื่องมือทำร้ายบุคคลในความขัดแย้งส่วนตัว เสนอให้มีการประเมินความพร้อมและสุขภาพจิตของผู้ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธ รวมถึงตรวจสอบเป็นระยะ โดยไม่ตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต แต่เน้นให้สิทธิในการครอบครองอาวุธ ต้องมาคู่กับความรับผิดชอบ และมาตรการความปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง