“สกลธี” ชงหั่นงบ “กระทรวงสาธารณสุข” 3% หวั่นเงินถูกใช้เลี้ยงหัวคะแนน หลังพบ “อาสาพยาบาล-อสม.” หน้าที่ซ้ำซ้อนกัน

“สกลธี” ชงหั่นงบ “กระทรวงสาธารณสุข” 3% หวั่นเงินถูกใช้เลี้ยงหัวคะแนน หลังพบ “อาสาพยาบาล-อสม.” หน้าที่ซ้ำซ้อนกัน

View icon 27
วันที่ 10 ก.ย. 2569 | 15.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“สกลธี” ชี้ “อาสาพยาบาล-อสม.” โครงสร้างซ้ำซ้อน หวั่นเงินหลวงถูกนำไปเลี้ยงหัวคะแนน ทำร้ายคนทำงานจริง ห่วงพังทั้งระบบ
.
กลางดึกวานนี้ (9 ก.ย.69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 นายสกลธี ภัททิยกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลง 3% พร้อมชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลว และไร้ทิศทางในการจัดทำงบประมาณของกระทรวง
.
โดยเฉพาะงบก่อสร้างที่เร่งอัดวงเงินก้อนใหญ่ในบางปีแต่บางปีกลับเบิกจ่ายเป็นศูนย์ ส่งผลให้เกิดภาระผูกพันในปีถัดไป รวมถึงการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยาที่มีราคาแตกต่างกันอย่างผิดปกติถึง 10-60% ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใกล้เคียงกัน ตลอดจนการโยกงบประมาณเช่าโทรศัพท์มือถือ และซิมการ์ดให้ อสม. โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งถือเป็นการใช้งบผิดประเภท
.
ขณะเดียวกัน นายสกลธี ยังแสคงความกังวลต่อโครงการอาสาพยาบาล โดยระบุว่าเป็นโครงการที่สร้างความซ้ำซ้อนกับ อสม. ที่มีอยู่แล้วกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ แต่นำงบประมาณมาจ่ายให้อาสาพยาบาลถึงเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมโครงการระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 3 จะต้องใช้วงเงินสะสมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท และกลายเป็นภาระผูกพันงบประมาณปีละกว่า 13,000 ล้านบาท
.
"ถ้าไม่ให้เราคิดเลยว่าเป็นการเอาเงินหลวงมาจ่ายให้หัวคะแนน จะให้คิดอย่างไร พี่น้องประชาชนก็คงดูออก เพราะเป็นการจ่ายเงินที่มากกว่า อสม. แต่ภาระหน้าที่ไม่ได้ต่างกัน อันนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก และเลวร้ายยิ่งกว่า คือการทำอำมหิตกับพยาบาลวิชาชีพและบุคลากรทางการแพทย์นับหมื่นคน ที่เฝ้ารอบรรจุ แต่รัฐบาลกลับอ้างว่าไม่มีเงิน หรือแม้กระทั่งการปรับตำแหน่งเป็นชำนาญการพิเศษ ทาง ก.พ. ก็บอกไม่มีสตางค์เพราะถังแตก แต่กลับเอางบมาทำโครงการลักษณะนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายทางการเมืองให้ตัวเอง" นายสกลธี กล่าว
.
นอกจากนี้ โรงพยาบาลรัฐกว่า 400 แห่งจาก 900 แห่งทั่วประเทศ กำลังเผชิญภาวะขาดทุน สิ่งที่เราเคยภูมิใจว่ามีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ดี จะพังไม่เหลือ เพราะเราตามใจการเมืองมากเกินไป อนุมัติสิทธิประโยชน์และยาต่างๆ เพื่อเอาใจคะแนนเสียง จนเกินศักยภาพทางงบประมาณที่เรามี รัฐบาลต้องเจียมตัวและกลับมารัดเข็มขัด การจัดทำงบประมาณแบบมองไม่เห็นอนาคตเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องขอปรับลดงบประมาณลง 3%
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง