ข่าวเย็นประเด็นร้อน - มีเบาะแสร้องเรียน เรื่องพฤติกรรมพระไม่เหมาะสม เบียดบังเงินวัด ส่งมาที่ตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อตามสืบสวนทางลับ พบมีการกระทำผิดจริง และไม่ได้มีแค่เรื่องฟอกเงินกว่า 92 ล้านบาทเท่านั้น ยังไปเกี่ยวพันกับสีกาคนหนึ่งด้วย
จับ พระราชาคณะ ยักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท จ.พระนครศรีอยุธยา
สะเทือนวงการสงฆ์แต่เช้า เมื่อตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลฯ ไปจับกุม "พระวชิรญาณ วิ." หรือที่รู้จักกันในนาม "พระครูภาวนาภัทรคุณ" หรือ "หลวงพ่อโชติ" พระราชาคณะชั้นสามัญ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อายุ 66 ปี และอีกส่วนไปจับกุม นางสาวปุณยวีร์ สีกาคนสนิท ดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
จากพฤติกรรมที่มีคนร้องเรียนว่า ทั้งสองคนร่วมกันเบียดบังเงินวัดเป็นของตน มีการนำเงินไปมอบให้กับสีกาคนสนิท เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพ และอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น จากข้อมูลทางการสืบสวน พบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา "พระวชิรญาณ" มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด โดยมิชอบกว่า 20 รายการ มีเงินหมุนในบัญชีสีกาหลัก 10 ล้านต่อปี ความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท
ไม่เพียงเท่านี้ จากการตรวจค้นภายในกุฏิ ตำรวจยังพบภาพคลิปวิดีโอ ขณะที่สีกาคนสนิทเข้ามาในกุฏิ ก่อนจะลักลอบเสพเมถุนหลายครั้ง โดยบางช่วงบางตอนของหลาย ๆ คลิป จะสังเกตเห็นพฤติกรรมของพระ เหมือนจะคอยดูความเคลื่อนไหวภาพวงจรปิด ผ่านทางโทรศัพท์มือถือไปด้วย เพราะทุกครั้งที่กำลังจะมีศิษยานุศิษย์เข้าไปหาที่กุฏิ ก็จะรีบจัดแจงทุกอย่าง ให้กลับมาอยู่ในความเรียบร้อยได้ทันที
หลังเรื่องนี้กลายเป็นข่าว "หลวงพ่อโชติ" ได้แสดงความสมัครใจที่จะขอประกอบพิธีลาสิกขา สละสมณเพศต่อหน้า "พระวชิโรภาส" รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา และพระผู้ปกครอง ที่รับผิดชอบพื้นที่วัดพุทไธศวรรย์ ไปเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวสอบถามกับ "พระวชิโรภาส" บอกว่า ระหว่างการลาสิกขา อดีตหลวงพ่อโชติ มีสีหน้าเรียบเฉย เชื่อว่าภายในจิตใจย่อมมีความรู้สึก เนื่องจากบวช และครองสมณเพศมานาน อีกทั้งยังแสดงความเป็นห่วงพระพุทธศาสนา การลาสิกขาครั้งนี้ ไม่มีใครสามารถบังคับได้ เป็นการสมัครใจของอดีตหลวงพ่อโชติเอง
ขณะที่ช่วงบ่าย ตำรวจกองปราบฯ ได้นำเครื่องตรวจนับเงินเข้าไปภายในกุฏิ เพื่อดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทยอยขนของกลางขึ้นรถ นำกลับมาที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมพา "ไวยาวัจกร" ขึ้นรถตู้ของกองปราบฯ ไปด้วย
ส่วนที่ กองบังคับการปราบปราม นางสาวปุณยวีร์ สีกาคนสนิท ถูกคุมตัวมาถึงเป็นคนแรก เจ้าตัวเดินเข้าอาคารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามใด ๆ ของสื่อมวลชน แต่ขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่คอของ นางสาวปุณยวีร์ ยังแขวนวัตถุมงคล "เหรียญเหนือดวง" ของอดีตหลวงพ่อโชติอยู่
ตามต่อมาด้วย "ไวยาวัจกร" ที่พอมาถึงที่อาคารกองบังคับการปราบปราม แล้วเห็นสื่อมวลชนจำนวนมาก ก็ถอยรถไปด้านหลัง เพื่อพาตัวไปขึ้นลิฟต์หลังอาคารแทน ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า ถูกพาตัวมาเป็นพยานหรือไม่ แต่ "ไวยาวัจกร" ไม่ตอบคำถาม มีเพียงการตั้งข้อสังเกตลักษณะของการคุมตัวอย่างใกล้ชิด คล้ายกับเป็นผู้ต้องสงสัย ที่หลังจากนี้อาจถูกดำเนินคดีไปด้วยอีกคนหรือไม่
มีข้อมูลจาก ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การจับกุมในคดีนี้ ตำรวจได้รับเบาะแสมาจาก "อดีตลูกศิษย์" คนหนึ่ง ที่นำข้อมูลและหลักฐานบางส่วนมามอบให้เมื่อเดือนกรกฎาคม ทั้งเรื่องการเบียดบังทรัพย์ และพฤติกรรมเสพเมถุน จึงให้กองปราบฯ สืบสวนในทางลับ จนนำมาซึ่งการออกหมายจับ
คดีนี้คาดว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 1-2 คน ที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งพิสูจน์ทราบ ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง "อดีตหลวงพ่อโชติ" กับสีกาคนสนิท คาดว่าน่าจะรู้จัก และสนิทสนมกันมาได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี เรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะนอกจากที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้ว ยังต้องค้นที่ จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพฯ ด้วย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่วนความคืบหน้าเรื่องนี้ จะแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง วันพรุ่งนี้
ย้อนคลิป "อนุทิน" เคยห้อย "เหรียญเหนือดวง"
หลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ที่ถูกจับสึก ถือเป็นที่รู้จักกันในวงการพระเครื่อง ในฐานะเป็นผู้จัดสร้างวัตถุมงคล "เหรียญเหนือดวง" ซึ่งเป็นเหรียญที่นายกฯ เคยห้อยติดตัวเป็นประจำ
นี่เป็นคลิปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ซึ่งสมัยนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยได้หยิบสร้อยคอที่ห้อยเหรียญเหนือดวง ออกมาโชว์สื่อมวลชน พร้อมบอกว่า สร้อยคอนี้เป็นภูมิปัญญาคนไทย เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ทำมาจากเชือกร่ม
วัตถุมงคลที่นายอนุทินห้อย คือ เหรียญเหนือดวง เนื้อทองคำ เหรียญรุ่นนี้ในวงการพระเครื่อง รู้จักกันอีกชื่อว่า "เหรียญยกฐานะ" จัดสร้างขึ้นโดย พระวชิรญาณ หรือหลวงพ่อโชติ เพื่อเป็นที่ระลึกในงานสมโภชพระอารามหลวง เมื่อ พ.ศ. 2549 หลังวัดพุทไธศวรรย์ ได้รับการสถาปนาให้มีฐานะเป็นพระอารามหลวง
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก iremixbeer ซึ่งเป็นเพจแนวเจาะลึกสินค้าหรูหราที่มีราคาแพง ได้โพสต์ภาพเหรียญเหนือดวง ที่นายกฯ อนุทิน ห้อยติดตัว โดยระบุข้อมูลว่า หากปล่อยเช่าบูชาช่วงพีค ๆ ราคาหลักหลายแสน ถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับสภาพ ความสวยงาม และบล็อกพิมพ์เนื้อทองคำปฐมฤกษ์สร้าง 16 เหรียญ หรือเนื้อทองคำปกติสร้าง 160 เหรียญ
ทีมข่าวตรวจสอบราคาเหรียญเหนือดวงของหลวงพ่อโชติ ในเว็บไซต์ ท่าพระจันทร์ดอทคอม ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านพระออนไลน์ พบว่ามีผู้ปล่อยเช่าบูชาราคาตั้งแต่หลักหลายหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท บางเหรียญราคาสูงถึง 240,000 บาท
"วัดพุทไธศวรรย์" เงียบเหงา จนท.ปิดกั้นพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
ส่วนบรรยากาศที่วัดพุทไธศวรรย์ ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา หลังเจ้าหน้าที่จับกุม "หลวงพ่อโชติ" บรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา
เจ้าหน้าที่นำเชือกมากั้นบริเวณโดยรอบกุฏิเจ้าอาวาส ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในพื้นที่ เพราะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจค้น และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
หลังชาวบ้านทราบข่าว หลายคนยังไม่เชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา หลวงพ่อโชติ ปฏิบัติตนเป็นพระที่ชาวบ้านให้ความเคารพ และมักช่วยเหลือสังคมตลอด