เช้านี้ที่หมอชิต - มาตามนัดสำหรับ "นายสนธิ ลิ้มทองกุล" อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ที่พามวลชนจำนวนมากไปแสดงออกยื่น 4 ข้อเรียกร้อง ให้สถานทูตกำชับควบคุมชาวอิสราเอลให้เคารพกฎหมาย และวัฒนธรรมไทย และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบที่ดิน "ชาบัด" ทั่วประเทศ
เป็นเจตนารมณ์ในบางช่วงของการอ่านแถลงการณ์ หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ในซอยสุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หลังนัดหมายมวลชนไปทำภารกิจ "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" ด้วยการอ่านแถลงการณ์ยื่น 4 ข้อเรียกร้องถึงสถานทูตฯ คือ
1. ควบคุมพลเมืองให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และคนท้องถิ่น
2. ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ไม่ใช้สิทธิทางการทูตแทรกแซงคดีตามกระบวนการยุติธรรมของไทย
3. เปิดเผย โปร่งใสในการตรวจสอบที่ดินและองค์กรของชาวอิสราเอลในไทยอย่างตรงไปตรงมา
4. ให้ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ซึ่งการเคลื่อนไหวรอบนี้ ไม่เพียงแค่ประกาศเจตนารมณ์กับสถานทูตฯ แต่ยังเป็นการกดดันไปถึงรัฐบาลไทยด้วย
นายสนธิ ยังบอกด้วยว่า หลังจากวันนี้จะเดินสายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่มีข่าวเรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไม่เคารพกฎหมายไทย เพื่อเรียกร้องให้คนที่เห็นด้วยออกมาร่วมแสดงพลัง โดยมีข้อมูลว่า ชาวอิสราเอล เข้ามาซื้อที่ดินในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่
รวมทั้งยังเตรียมจะไปเรียกร้องกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เกี่ยวกับปัญหาการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย เพื่อใช้เป็นสถานที่ทิ้งขยะปนเปื้อนสารเคมีอันตราย หรือสารพิษ เพื่อขอให้แก้ปัญหานี้ด้วย เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดวัน และเวลา
ขณะที่ เพจทางการของสถานทูตอิสราเอลฯ โพสต์ ประกาศเป็นภาษาฮีบรู ใจความหลัก ๆ แจ้งปิดชั่วคราวในช่วงเช้าถึงเที่ยง เพื่อรับมือการชุมนุม กรณีฉุกเฉินให้ต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินตามที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสถานทูตฯ พร้อมขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
ต่อมา รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต โพสต์คลิปชี้แจง โดยระบุว่า ที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของไทย และออกคู่มือปฏิบัติเพื่อมอบแก่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล โดยกำชับให้เคารพวัฒนธรรม และกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณี นายสนธิ นำมวลชนลงถนน ประท้วงการทำงานของรัฐบาลว่า ไม่รู้วาระซ่อนเร้นจึงไม่ขอวิเคราะห์ แต่หากชุมนุมจนส่งผลต่อผู้ใช้ถนนก็ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย