รวบหนุ่มวัย 35 ปี เปิดบัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ อ้างตกงาน ถูกหลอกข้ามแดนไปสแกนหน้า ได้รับค่าจ้าง 400 บาท แลก 4 หมายจับ แบกคดีความเสียหายเกือบล้าน

รวบหนุ่มวัย 35 ปี เปิดบัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ อ้างตกงาน ถูกหลอกข้ามแดนไปสแกนหน้า ได้รับค่าจ้าง 400 บาท แลก 4 หมายจับ แบกคดีความเสียหายเกือบล้าน

View icon 11
วันที่ 11 ก.ย. 2569 | 16.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (11 ก.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายกิตติโชติ อายุ 35 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1053/2569 ลงวันที่ 24 ก.ค.69 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคล อื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตน เกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการ ที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” 

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนทางหลวงชนบท 4031 ในพื้นที่ ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ต่าง ๆ หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท

จากการสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารชื่อ นายกิตติโชติ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีในพื้นที่ สน.เตาปูน สน.หนองค้างพลู สภ.สวนพริกไทย และ สภ.บางกรวย โดยคดีของ สภ.บางกรวย เป็นคดีหลักที่นำไปสู่การติดตามจับกุมในครั้งนี้ รวม 4 หมายจับ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจนทราบว่า นายกิตติโชติ ได้พักอาศัยอยู่บริเวณ ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว พบชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับนายกิตติโชติ กำลังยืนอยู่บริเวณดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและควบคุมตัว ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการกับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะตกงาน ได้พบโพสต์รับซื้อบัญชีธนาคารผ่าน Facebook จึงติดต่อไปยังผู้โพสต์ผ่านแอปพลิเคชัน Line ก่อนทำรายการสแกนใบหน้าเพื่อเปิดหรือยืนยันการใช้งานบัญชีธนาคารหลายแห่งผ่านโทรศัพท์มือถือ

ต่อมา ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถโดยสารจาก จ.ร้อยเอ็ด เข้ากรุงเทพมหานคร แล้วเดินทางต่อไปยัง จ.สระแก้ว ก่อนมีผู้มารับและพาข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

โดยผู้ต้องหาอ้างว่า เมื่อเดินทางไปถึงได้ถูกกลุ่มสแกมเมอร์ยึดโทรศัพท์มือถือ และให้อยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว นานประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยมีหน้าที่สแกนใบหน้าตามคำสั่ง เพื่อทำธุรกรรมหรือยืนยันการใช้งานบัญชีธนาคาร กลุ่มสแกมเมอร์อ้างว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้จำนวน 20,000 บาท

แต่เมื่อหมดหน้าที่ ผู้ต้องหากลับถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเพียงลำพัง พร้อมซองสีขาวหนึ่งซอง เมื่อเปิดดูพบเงินอยู่ภายในเพียง 400 บาท ก่อนถูกปล่อยทิ้งให้เดินทางกลับเอง

หลังกลับประเทศไทย ผู้ต้องหาไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด