สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ตำรวจสอบสวนกลาง แถลงความคืบหน้าคดี อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และสีกาคนสนิท ร่วมกันยักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท และฟอกเงิน
ทั้งคู่ถูกแยกคุมตัวคนละห้อง ก่อนที่ตำรวจจะนำตัว นายโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ นางสาวปุณยวีร์ หรือ เอ๋ สีกาคนสนิท นำมารวมที่ห้องควบคุม บริเวณอาคารด้านหน้าศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
นายโชติ ยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด นั่งนิ่งชิดกำแพง สภาพอิดโรย ในระหว่างที่รอเวลาคุมตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขัง
พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมชุดจับกุม แถลงว่า คดีนี้ เริ่มจากวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายโชติ ถูกร้องเรียนว่า มีความสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ตำรวจจึงตามแกะรอยและพบข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำร้อง
จากการตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับการเงินของวัดฯ พบว่า นายโชติ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทไธสวรรค์ มีการรับเงินบริจาคในนามวัดฯ แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชี แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล ยอดรวมประมาณ 100 ล้านบาท
ส่วน นางสาวปุณยวีร์ สีกาคนสนิท มีประวัติเป็นบุคคลล้มละลาย ปี 2562 แต่ปลดสถานะเป็นบุคคลล้มละลาย ในปี 2565 แม้เธอจะไม่มีรายได้ประจำ แต่ 3 ปีต่อมา มีบ้าน 2 หลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท, เงินสดกว่า 3 ล้านบาท, ทองคำน้ำหนักรวม 90 บาท, โฉนดที่ดิน 2 แปลง และ สมุดบัญชีอีก 7 เล่ม โดยอำพรางการถือครองทรัพย์สินเป็นชื่อของลูกสาว
ผลการสอบปากคำทั้ง 2 คน ยังปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยเฉพาะข้อหาฟอกเงิน
ภายหลังการแถลงข่าว พนักงานสอบสวนฯ คุมตัว นายโชติ และสีกาคนสนิท ออกจากกองบังคับการปราบปราม ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ฝากขังผัดแรก
กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ตำรวจนำตัว นายโชติ ส่งเข้าประตูศาลฯ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และอยู่ในความสนใจของประชาชน
ค่ำวานนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตามกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูงที่จะต้องสอบสวนเส้นทางการเงินและขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าหากปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงอนุญาตให้ฝากขัง และยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน