รวบชายวัย 49 ปี ก่อเหตุคดีฆ่าโหดกลางกรุงเมื่อปี 2543 สุดท้ายไม่รอดถูก หลังหนีมากบดานที่ จ.นครราชสีมา อ้างถูกบังคับ หากไม่ช่วยก็จะโดนฆ่าทิ้ง จำใจทำเพราะกลัวตาย
วันนี้ (12 ก.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายคมสัน อายุ 49 ปี หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 370/2552 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2552 กระทำผิดฐาน “ผิดต่อชีวิต, ผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนน ต.ด่านนอก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ (30 ก.ค. 43) เวลา 15.00 น. เจ้าของห้องเช่าแห่งหนึ่ง ย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร พบศพเน่าแห้งตาย ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน ส่วนคนเช่าอื่น ๆ หนีหายไปกันหมด เจ้าของห้องเช่าจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์จากสถาบันนิติเวช เข้าตรวจสอบภายในห้องเช่าชั้นล่าง พบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี ถูกเชือกไนลอนพร้อมไม้ไผ่สกรูขันชะเนาะรัดแน่นที่ลำคอ ส่วนขาและมือทั้ง 2 ข้าง ถูกมัดติดกันด้วยเชือกไนลอนสีดำ พร้อมทั้งถูกผ้าปูที่นอนห่อหุ้มตั้งแต่ช่วงเอวลงมา และที่หัวมีถุงพลาสติกคลุมอยู่
โดยสภาพศพ เน่าเปื่อยจนแห้งเหลือแต่หนังติดกระดูก คาดว่าเสียชีวิตแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตามคนในบ้านเช่าดังกล่าว มาสอบสวนปมมาตกรรมโหด และรู้ตัวผู้ก่อเหตุในเวลาต่อมา
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ (19 ก.ค. 43) เวลาประมาณ 21.00 น. จำเลย 4 คน ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นได้พากันนั่งดื่มเบียร์ตามปกติหลังเลิกงาน ได้มีเหตุทะเลาะกัน และจบกันด้วยการแยกย้ายเข้านอน จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. นายชาติ ซึ่งเป็นต่างด้าว ได้แอบเข้าไปในห้องนอนผู้ตายแล้วใช้ ครกหินทุบศีรษะผู้ตายขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนชั้นสอง นายชาติ จึงได้เรียก จำเลยทั้ง 4 คน 1 ในนั้น มีนายคมสัน ได้ช่วยกันใช้เชือกไนลอนรัดคอ รวมทั้งใช้ไม้ไผ่เพื่อขันชะเนาะรัดคอ บริเวณหัวจนแน่น มัดมือมัดขา พร้อมทั้งใช้ถุงพลาสติกคลุมบริเวณหัว และใช้ผ้าปูที่นอนห่อบริเวณลำตัว จนผู้ตายได้ขาดอากาศและเสียชีวิต
โดยผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ได้ช่วยกันหามศพผู้ตายไปไว้ในห้องดังกล่าวแล้วใช้ตะปู ตอกปิดประตูไว้ จากนั้นจึงได้ช่วยกันเก็บกวาด คาบเลือดต่าง ๆ แล้วพากันหลบหนีไป
เมื่อวันที่ (30 ก.ค. 43) ที่ผ่านมา เวลา 15.00 น. เจ้าของห้องเช่ามาเก็บเงินค่าเช่าห้อง ไม่เห็นใคร จึงได้เปิดกุญแจเข้าไป แล้วพบศพผู้เสียชีวิต แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในเวลาต่อมา
เมื่อสู้คดีบนชั้นศาล วันนัดรับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ตัวจำเลยไม่มา ศาลฎีกาลง จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือ จำคุก 34 ปี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับได้ออกสืบสวนติดตามจับกุมจำเลยอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวจำเลยได้ จะกระทั่ง เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบว่าตัวจำเลยมากบดานอยู่ บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ต.ด่านนอก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
เจ้าหน้าที่จึงได้ไปดักสุ่มดูคามเคลื่อนไว จนพบเห็นนายคมสัน บุคคลตามหมายจับ และเข้าจับกุมตัว แจ้งข้อกล่าวตามหมายจับและแจ้งสิทธิผู้ถูกจับให้ครบถ้วน จึงนำตัวจำเลย ส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ได้รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับอยู่ แต่ตนไม่ได้เป็นคนฆ่าผู้ตายเลย นายคมสันอ้างว่าตนโดนบังคับ หากไม่ช่วยจับมือ เขาจะโดนฆ่าทิ้ง จึงจำต้องช่วยจับมือจับขาแค่นั้น และช่วยหามศพมาไว้ชั้นล่าง แค่นั้น ส่วนที่รัดคอตนไม่ได้ทำจริง ๆ แค่จับมือและขาเท่านั้น