เช้านี้ที่หมอชิต - คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ชิงทองคำหนัก 52 บาท ภายในร้านทองจังหวัดปทุมธานี พยานเห็นมานั่งดูลาดเลาก่อนลงมือก่อเหตุ
คนร้ายแต่งกายมิดชิด ฉวยโอกาสช่วงปลอดคน ถือปืนบุกเข้าไปในร้านทอง ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี สร้างความตกใจให้กับพนักงาน กรีดร้องนั่งลงกับพื้น
คนร้ายเดินถือปืนในร้าน ข่มขู่บังคับให้พนักงานหยิบสร้อยคอทองคำในตู้โชว์ส่งให้ ก่อนจะเดินออกจากร้านด้วยความใจเย็น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 17.57 น.เมื่อวานนี้ อีกเพียงครึ่งชั่วโมง ร้านทองก็ปิด
ตำรวจ สภ.สามโคก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งอยู่หัวมุม ติดกับถนน ปทุมธานี-สามโคก มุ่งหน้าปทุมธานี พนักงานร้านทองอยู่ในอาการตกใจ
ผู้จัดการร้านบอกว่า ขณะเกิดเหตุมีพนักงานอยู่หน้า 5 คน คนร้ายสวมเสื้อคลุมสีดำ มีฮู้ด มีเป้คาดหน้าอก ถือปืนออกมาขู่พนักงาน ว่าไม่ต้องตกใจ ให้อยู่นิ่ง ๆ ถือปืนส่ายไปมาตลอดเวลา พยายามจะดันประตูเหล็กเข้ามาข้างใน
แต่เข้าไปไม่ได้จึงบังคับให้พนักงานหยิบทองส่งให้ ทองคำที่ได้ไปน้ำหนักรวม 52 บาท เป็นสร้อยคำทองคำหนัก 10 บาท 2 เส้น, หนัก 5 บาท 4 เส้น และ หนัก 4 บาท อีก 3 เส้น เหตุเกิดขณะพนักงานกำลังเก็บทองรูปพรรณ เพราะกำลังจะปิดร้าน
พยาน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ก่อเหตุ นั่งที่ริมทองเท้าตรงข้ามร้านทอง ไม่ปิดบังใบหน้า พบที่โหนกแก้มมีรอยแดงคล้ายถูกความร้อน คาดอายุประมาณ 40-50 ปี สังเกตพบว่ามือกุมอะไรบางอย่างไว้ที่หน้าท้องตลอดเวลา หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงก็เข้าไปก่อเหตุ
กล้องวงจรปิดพบว่า หลังก่อเหตุ คนร้ายเดินเท้าไปเรียก วินรถจักรยานยนต์รับจ้างหน้าหมู่บ้านกฤษณา ให้ไปส่งที่หน้าห้างสรรพสินค้าฯ ตำรวจเชิญตัว คนขี่วินฯ มาสอบปากคำยืนยันไม่รู้ว่าคนร้ายไปก่อเหตุชิงทอง หลังก่อเหตุให้ตนเองไปส่งหน้าห้างฯ ค่าโดยสาร 30 บาท คนร้ายยื่นให้ 40 บาท เมื่อทอนเงินเสร็จก็แยกย้าย
เวลา 20.40 น. พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนเร่งรัดติดตามตัวคนร้าย ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เก็บลายนิ้วมือแฝง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
ส่วนในวันนี้ (14 ก.ย.) ได้เรียกประชุมด่วนตำรวจ 14 สภ. ให้มาพูดคุย ถึงเรื่องมาตรการป้องกันเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ให้เรียกผู้ประกอบการมาพูดคุย ร่วมกันวางแผนรับมือเหตุชิงทรัพย์