ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรณีที่ "ผู้ใหญ่ตุ๊" ปฎิบัติหน้าที่ระงับชายคลั่ง แต่ถูกกระสุนของ อส. เสียชีวิต ล่าสุดทางจังหวัดนครพนม เตรียมเสนอกระทรวงมหาดไทย เยียวยาครอบครัวของ "ผู้ใหญ่ตุ๊"
อาลัย ผู้ใหญ่ตุ๊ ถูกกระสุนเสียชีวิต จ.นครพนม
เมื่อวานนี้ในพิธีศพของ นายวาสนา ศรีกระสอน อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านโพนทอง หรือชาวบ้านเรียกว่า "ผู้ใหญ่ตุ๊" ที่บ้านพัก ตำบลโพนทอง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม
"ผู้ใหญ่ตุ๊" เสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืน ที่ทางเจ้าหน้าที่ อส. ยิงระงับเหตุชายคุ้มคลั่ง แต่กระสุนพลาดโดนผู้ใหญ่ตุ๊เสียชีวิต
ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพราะ "ผู้ใหญ่ตุ๊" ถือเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ชาวบ้านเคารพนับถือ เนื่องจากตลอดการเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยเหลือและดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดี
ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิต บอกว่า ยังทำใจไม่ได้แต่ยอมรับความเป็นจริง เพราะเสียชีวิตในระหว่างการทำงาน ปกติสามีเป็นคนทำงานจริงจัง ขยัน เป็นผู้ใหญ่บ้านมานานถึง 10 ปี เป็นที่รักของชาวบ้าน ชอบอาสา บำบัดทุกข์บำรุงสุข ช่วยเหลือชาวบ้านไม่เคยขาด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ติดใจการเสียชีวิต เพราะคนยิงกับสามี รู้จักกันส่วนตัว ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด จึงเชื่อว่าไม่มีเจตนายิง อย่างไรก็ตามขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดูแลเยียวยาครอบครัว เพราะสูญเสียเสาหลัก และยังมีลูกอีก 3 คนที่ต้องดูแล
กำนันตำบลโพนทอง บอกว่า ชาวบ้านต่างเสียใจและรู้สึกหดหู่ ที่ต้องมาสูญเสียคนดี ผู้ใหญ่ตุ๊ เป็นคนขยัน ทำงานดูแลชาวบ้านมานาน ได้รับรางวัลดีเด่นทุกปี ตนหวังว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องจะดูแลครอบครัวของผู้ใหญ่ตุ๊เป็นอย่างดี และอยากให้แก้ปัญหายาเสพติด รวมถึงคนที่เป็นภัยสังคมอย่างจริงจัง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
แม่ของชายคุ้มคลั่ง ยอมรับว่า ลูกชายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุ ได้อาละวาดเพราะไม่พอใจ ที่ตนไม่ให้นำรถจักรยานยนต์ไปขาย จึงแจ้งตำรวจมาระงับเหตุและเกิดเรื่องเศร้าขึ้น
ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่รู้ว่าจะรับผิดชอบสังคมอย่างไร ได้แต่ขอให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านคดีตำรวจ สภ.บ้านแพง เชิญตัว นายปวริศ เจ้าหน้าที่อาสาฯ มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานความผิดกระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนข้อหาอื่น ๆ อยู่ระหว่างการสอบสวน พร้อมปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่กระทำการระหว่างปฏิบัติหน้าที่
ส่วนชายคลุ้มคลั่ง ได้อายัดตัวไว้ขณะอยู่ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม พร้อมแจ้งข้อหา ต่อสู้ขัดขวางผู้ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน และพยายามทำร้ายเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเสพยาเสพติด
ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หลังทราบเรื่อง ได้มีการสั่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อทำสรุปส่งถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอเรื่องของการเยียวยาครอบครัวของผู้ใหญ่ตุ๊ และการช่วยเหลือต่างๆ เพราะถือว่าเสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่ ส่วนคดีความ ให้เป็นไปตามกระบวบวนการทางกฎหมาย ภายใต้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อดีต ผช.ผญบ.ยิงชายคลั่งถือมีด จ.ปราจืนบุรี
เกิดเหตุอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยิงใส่ลูกบ้าน โดยอาสาสมัครกู้ภัยให้การช่วยเหลือชาย อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าลำตัว บริเวณบ้านพัก ใน ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายสมบัติ อายุ 55 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยืนรอมอบตัว พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ
ตำรวจ สภ.ระเบาะไผ่ สอบสวนผู้ก่อเหตุ ทราบว่า ขณะผู้ก่อเหตุและญาติ ๆ นั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ด้านข้างบ้าน ผู้บาดเจ็บคล้ายมีอาการหลอน เดินถือมีดเข้ามาโวยวาย กล่าวหาว่า ผู้ก่อเหตุไปแจ้งตำรวจมาจับ และพยายามจะใช้มีดฟัน
ผู้ก่อเหตุจึงวิ่งไปที่ตัวบ้านพัก ก่อนคว้าปืนมายิงลงพื้น 1 นัดเพื่อเตือน แต่ผู้บาดเจ็บยังคงคลุ้มคลั่ง ผู้ก่อเหตุตัดสินใจยิงปืนอีกครั้ง กระสุนถูกผู้บาดเจ็บล้มลงไปนอนกองบนพื้น
ขณะที่พี่ชายของผู้ก่อเหตุ บอกว่า ครอบครัวนัดกินข้าวทุกวันอาทิตย์เป็นประจำ ส่วนผู้บาดเจ็บบ้านอยู่ซอยถัดไป จู่ ๆ เมื่อวาน ถือมีดบุกมา ตะโกนบอกให้หยุด ก็ไม่ยอมหยุด
ด้านอดีตผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ บอกว่า ผู้บาดเจ็บมีประวัติเสพยาเสพติด เคยไปบำบัดมาแล้ว ก่อนเกิดเหตุน่าจะเกิดอาการหลอน ระแวงว่าจะมีคนแจ้งตำรวจมาจับ เลยออกอาละวาด หาเรื่องทำร้ายคนอื่น
ล่าสุด ชายอายุ 53 ปี ที่ถูกยิง ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งตำรวจได้มีการให้ทางโรงพยาบาลชันสูตรพลิกศพ เพื่อนำหลักฐานมาประกอบสำนวนคดี
ส่วนตัวของนายสมบัติ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเอาไว้ก่อน และญาติได้ขอให้ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่มาประกันตัว ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการประกันตัว