ครอบครัวรับศพ พลทหารน้ำ กลับบ้านเกิด จ.นครราชสีมา

View icon 40
วันที่ 14 ก.ย. 2569 | 11.16 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - "พลทหารฐิติกร" หรือ น้ำ อายุ 20 ปี ถูกพบร่างผูกคออยู่ใต้ต้นไม้ ในป่าหลังหน่วยทหารที่สังกัดอยู่ เมื่อวานนี้ ครอบครัวเดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กลับบ้านเกิดใน จังหวัดอุบลราชธานี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก

เมื่อวานนี้ พ่อ แม่ และญาติ เดินทางไปรับศพพลทหาร ฐิติกร หรือน้ำ อายุ 20 ปี ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กลับบ้านเกิดใน อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยความโศกเศร้า โดยมีผู้บังคับบัญชาจากกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ นำรถหน่วยแพทย์ทหารมารับศพและเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา

นายทวี พ่อของพลทหาร ฐิติกร เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นคนร่าเริง แจ่มใส และไม่เคยมีปัญหากับใคร ไม่เชื่อว่าลูกชายผูกคอเสียชีวิต เพราะก่อนเกิดเหตุไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเหตุการณ์ใดที่ทำให้คิดว่าลูกชายจะตัดสินใจทำร้ายตัวเอง

โดยร่างของพลทหาร ฐิติกร เดินทางไปถึงบ้านเกิด เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนที่ผ่านมา ซึ่งตั้งแต่ช่วงเย็น ชาวบ้านและญาติช่วยกันกางเต็นท์และเตรียมสถานที่ไว้รอรับร่าง บรรยากาศภายในชุมชนเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านต่างพูดกันว่า พลทหาร ฐิติกร เป็นคนน่ารัก ร่าเริง สนุกสนาน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

กองทัพภาคที่ 2 แถลงการณ์ข้อเท็จจริงว่า ทีมแพทย์ได้ลงความเห็นเบื้องต้นเป็นเอกสารว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ และจากการตรวจร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายบริเวณอื่น ทีมแพทย์ได้ชี้แจงผลการตรวจให้รับทราบ โดยครอบครัวได้รับทราบผลการชันสูตรเบื้องต้น และขอให้หน่วยตรวจสอบรายละเอียดแวดล้อมและมูลเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

ขณะที่ นางสาวเบ็ญญษภา ป้องคำวัน อายุ 39 ปี น้าสาวของพลทหารฐิติกร เปิดเผยว่า เชื่อว่าสาเหตุอาจจะเป็นเรื่องของการเป็นทหาร อาจจะมีปัญหากันหรือไม่ เพราะล่าสุด ก่อนหลานจะเสียชีวิต บอกว่าไม่อยากจะเป็นพลทหารแล้ว แต่สาเหตุจริง ๆ ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก อีกประเด็นที่ตั้งไว้ในใจ คือ เรื่องของความรัก

ด้าน พล.ต.ต. ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า เมื่อวานนี้ ญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร ตำรวจ และบุคคลที่ญาติให้ความเคารพนับถือ ได้ร่วมพูดคุยหารือกัน ทางฝ่ายทหารและตำรวจได้ชี้แจงลำดับขั้นตอนการดำเนินการภายหลังเกิดเหตุ รวมถึงแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครอบครัว

โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ในการดูแลของตำรวจ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อมูลและไทม์ไลน์การใช้งาน ทั้งการติดต่อสื่อสารบุคคลที่มีการติดต่อ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคดี

ส่วนประเด็นสำคัญว่า เหตุใดผู้เสียชีวิตจึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าวนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแรงจูงใจที่แน่ชัดได้ จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือและผลชันสูตรอย่างเป็นทางการเสียก่อน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบคอบและตรงตามข้อเท็จจริงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง