เคสครูทำร้ายนักเรียน ใช้มีดจี้ข่มขู่ เทศบาลฯ สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตร.เดินหน้าสอบสวน ปกติครูผู้ถูกกล่าวหาเป็นครูที่ตั้งใจทำงาน หลังเลิกเรียนจะฝึกซ้อมวงโยธวาทิตให้เด็ก ๆ เคยพาวงดนตรีได้รับรางวัลระดับประเทศหลายครั้ง แต่หากมีการใช้อาวุธตามที่มีการกล่าวถึง ก็ถือเป็นเรื่องที่รุนแรง ต่างจากการเล่นหรือหยอกล้อทั่วไป
ความคืบหน้าคดีครูทำร้ายนักเรียนและใช้อาวุธข่มขู่ ล่าสุด วันนี้ (14 ก.ย.69) ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ได้เรียกรองผู้อำนวยการการศึกษา และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม สังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือและตรวจสอบกรณีดังกล่าว
ดร.สมทรง เปิดเผยว่า เทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ลักษณะนี้ เบื้องต้นมีบทลงโทษตามระเบียบอยู่แล้ว และได้ดำเนินการ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะที่กระบวนการทางกฎหมายให้เป็นไปตามขั้นตอน ขณะนี้ยังไม่ได้พบกับเด็กและผู้ปกครองโดยตรง แต่รักษาการผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้เข้าไปพบผู้ปกครองทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ ยังมีหลายภาคส่วน รวมถึงมูลนิธิปวีณา หงสกุล ที่ทราบข่าวและแสดงความห่วงใย พร้อมให้การช่วยเหลือ โดยทางเทศบาลจะประสานเพื่อพูดคุยกับครอบครัวเด็กและพิจารณาแนวทางเยียวยาต่อไป
“ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาฝากไว้กับโรงเรียน เปรียบเสมือนให้ครูและโรงเรียนเป็นพ่อแม่คนที่สอง จึงมีหน้าที่ดูแลเด็กให้ดีที่สุด จึงขอแสดงความเสียใจและขอโทษต่อผู้ปกครอง พร้อมระบุว่าจะมีการกำหนดมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นในโรงเรียนเทศบาลทั้ง 8 แห่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก”
นายกเทศมนตรีฯ กล่าวถึงครูและบุคลากรในสังกัดว่า ขอให้สังคมแยกแยะ เนื่องจากครูที่ตั้งใจทำงานและดูแลนักเรียนเป็นอย่างดียังมีอีกจำนวนมาก พร้อมขอเป็นกำลังใจให้ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อกำลังใจของครูคนอื่น ๆ
ด้าน รองผู้อำนวยการการศึกษา และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ครูผู้ถูกกล่าวหาเป็นครูที่ตั้งใจทำงานและมีความรับผิดชอบ ปกติมาถึงโรงเรียนตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. และหลังเลิกเรียนจะฝึกซ้อมวงโยธวาทิตให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
“ครูท่านนี้ ยังเคยพานักเรียนไปเข้าร่วมการแข่งขันด้านดนตรีและวงดนตรีลูกทุ่งประกอบแดนเซอร์ของโรงเรียน ได้รับรางวัลในระดับประเทศหลายครั้ง สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน สำหรับพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียน ไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยที่ผ่านมาเห็นว่าครูกับนักเรียนมีความใกล้ชิดและดูแลกันในลักษณะเหมือนลูกหลาน”
เมื่อทราบเรื่อง ผู้บริหารโรงเรียนได้รีบเดินทางไปพบผู้ปกครองเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่า หากมีการใช้อาวุธตามที่มีการกล่าวถึง เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่มีความรุนแรงและแตกต่างจากการเล่นหรือหยอกล้อทั่วไป
สำหรับครูผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้หน่วยงานต้นสังกัดได้ให้ หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและสอบสวนตามระเบียบของทางราชการ โดยต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป