สนามข่าว 7 สี - คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังไม่สิ้นสุด กลับมีกระแสข่าวในโซเชียลฯ ว่าอาจจะมีวัดแห่งใหม่ ที่มีประเด็นต้องถูกตรวจสอบแบบคดีนี้อีก ร้อนถึงคนในวัด ต้องออกโรงอธิบาย ไม่คิดว่าจะใช่วัดแห่งนี้
ชายคนนี้คือ นายวิวรรธ โตเหมือน ไวยาวัจกร "วัดจุฬามณี" ออกมาพูดถึงกระแสข่าวเรื่องที่มีโซเชียลฯ กำลังจับตามอง วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง ว่ากำลังจะเกิดคดีคล้าย ๆ กับคดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมองว่าวัดที่ว่ามานั้น ไม่น่าใช่วัดแห่งนี้ เพราะถ้าไปดูแต่ละเพจฯ ที่ผลัดกันโพสต์ลงโซเชียลฯ จะเขียนคำใบ้คล้าย ๆ กัน ไม่ระบุว่าวัดอะไร เพียงแต่บอกว่าเป็นวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง
ส่วน "บอย ท่าพระจันทร์" ก็โพสต์เพิ่มเติมว่า ไม่ได้เอ่ยถึง "พระ" หรือ "วัด" ไหน ขออย่าตีความเกินกว่าสิ่งที่โพสต์ อย่าด่วนกล่าวโทษ หรือพาดพิงตนเอง
แต่เพราะหลังจากที่ "บอย ท่าพระจันทร์" โพสต์ชี้แจงเพิ่ม หลาย ๆ เพจฯ ก็เริ่มโพสต์ประวัติวัด และประวัติเจ้าอาวาส "วัดจุฬามณี" แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ผู้สื่อข่าวจึงต้องสอบถามกับคนในวัด เพื่อคลี่คลายข้อสงสัย โดยมีไวยาวัจกรกับศิษย์วัด ช่วยกันชี้แจงว่า ถ้าเป็นเรื่องการจัดสร้างวัตถุมงคล ทางวัดไม่เคยให้บุคคลภายนอกดำเนินการ โดยเฉพาะตั้งแต่หลังปี 2564 ที่มหาเถระสมาคมออกระเบียบกำชับ เว้นแต่บางองค์กรที่มาขออนุญาตจัดสร้าง เพราะต้องการระดมเงินเพื่อใช้ในสาธารณประโยชน์ จะพิจารณาอนุญาตเป็นรายกรณี
สอบถามเรื่องนี้ทั้งกับ พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม และพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็ให้ข้อมูลยืนยันตรงกันว่า ยังไม่มีกำหนดการที่จะต้องไปตรวจสอบวัดแห่งไหน ใน จังหวัดสมุทรสงคราม ไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีต้นทางมาจากไหน
ส่วนเรื่องความคืบหน้าคดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการตรวจสอบล่าสุด แหล่งข่าวเปิดเผยว่ายังไม่เร่งเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพราะต้องรอเส้นทางการเงิน จาก ปปง. และธนาคารมาถึงมือก่อน
เนื่องจากหลักฐานส่วนนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยชี้ได้ว่า "พยาน" รายใหม่ที่จะเรียกมาพบ รวมถึงที่ได้สอบไปแล้วทั้ง 8 คน มีใครให้การสอดคล้อง หรือขัดแย้งกับข้อเท็จจริงบ้าง และถ้าพยานหลักฐานชัดเจนจริง ๆ อาจจะไม่ใช่แค่การออกหมายเรียก แต่อาจพิจารณาถึงการออกหมายจับได้