ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งตรวจสอบทุกเรื่อง “ชาบัด ป่าตอง” ที่ดิน-ใบอนุญาต-การถือหุ้น ขีดเส้นตายรู้ผลใน 7 วัน เผยผลตรวจเข้ม ส่งผลทะเบียนนิติบุคคลฯ ลดลงกว่า 60% จดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลเพิ่ม 30%
วันนี้ (15 ก.ย.69) น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เกี่ยวกับการสร้างสุสานของชาวต่างชาติ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าบริษัทที่สร้างสุสาน มีผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้งบริษัท 3 คน เป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงถึงชาบัด ที่ จ.ภูเก็ต นั้น ล่าสุด นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลแบบเชิงลึกทั้งหมดของชาบัด ป่าตอง ทั้งที่ดิน, การได้มา, การขออนุญาตใช้ที่ดิน, การขออนุญาตสร้างอาคาร รวมถึงการขออนุญาตเชิงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายทั้งหมดภายในชาบัด และการตรวจสอบเส้นทางของผู้ถือหุ้นว่าไปซ้ำซ้อนกับผู้ถือหุ้นในบริษัทสุสานชาวยิวหรือไม่ โดยกำหนดเวลาตรวจสอบให้เสร็จภายใน 7 วัน ต้องได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายที่กำหนดทั้งหมด ทั้งนี้ หลังจากได้ผลการตรวจสอบแล้ว จังหวัดจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป
สำหรับข้อมูลในจังหวัดภูเก็ต พบว่ามีนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 32,000 ราย ในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นกว่า 11,000 ราย หรือ 34.59 % โดยสัญชาติที่ถือหุ้นมากที่สุด ได้แก่ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ซึ่งจากการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินี 6,682 ราย พบหลักฐานเพียงพอส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว 196 ราย และศาลมีคำพิพากษาแล้ว 9 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณา 6 คดี และอยู่ระหว่างสอบสวน 191 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบเข้มข้นส่งผลให้การจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นลดลงกว่า 60 % ขณะที่การจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลเพิ่มขึ้นประมาณ 30 %