15 ก.ย. 69 เกิดเหตุสะเทือนใจในพื้นที่ จ.เชียงราย เมื่อ น.ส.เกศ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี แม่ของ ด.ญ.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเพจ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” หลังลูกสาวถูกกลุ่มเยาวชนชายในหมู่บ้านเดียวกันนับสิบคนล้อมจับ และหนึ่งในนั้นลงมือล่วงละเมิดทางเพศ เหตุเกิดบริเวณศาลากลางหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.เชียงราย
น.ส.เกศ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะลูกสาวไปวิ่งเล่นตามปกติ แต่ลูกไม่กล้าบอกใคร กระทั่งวันอังคาร น้องมีอาการซึมและนั่งร้องไห้เสียใจอย่างหนัก เมื่อคาดคั้นถาม จึงยอมเล่าความจริงให้ฟัง เมื่อตรวจสอบกางเกงในพบมีคราบเลือดติดอยู่ ซึ่งน้องยืนยันว่า จำหน้าผู้ก่อเหตุได้ชัดเจน ซึ่งเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 12 ขวบ ในชุมชนเดียวกัน
หลังทราบเรื่องได้พยายามไปพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กชายคู่กรณี แต่กลับถูกปฏิเสธและปัดความรับผิดชอบ โดยฝ่ายคู่กรณีอ้างว่าลูกชายตนเองไม่ได้ทำ พร้อมท้าทายให้ไปฟ้องร้อง และอ้างว่ามีญาติทำงานเป็นทนายความ ทำให้ครอบครัวเกิดความกังวลและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากอาศัยอยู่ใกล้กันและเด็กเรียนโรงเรียนเดียวกัน จนทำให้เด็กหญิงมีอาการซึมเศร้าและไม่กล้าไปโรงเรียน
ล่าสุด ทางเพจ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้ประสานงานไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเด็กเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองและฟื้นฟูสภาพจิตใจ พร้อมทั้งติดตามดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุดต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.สง่า ศรีวิชัย ผกก.สภ.แม่ยาว เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า พนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าดูแลคดีอย่างใกล้ชิด โดยผู้ปกครองของเด็กหญิงยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตัวเด็กชายผู้ก่อเหตุได้ยอมรับแล้วว่าเป็นผู้ลงมือกระทำจริง แต่ทางฝั่งผู้ปกครองเด็กชายยังให้การปฏิเสธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
พ.ต.อ.สง่า กล่าวต่อว่า คดีนี้มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ถูกกระทำยังเป็นเด็กและเยาวชนด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะเด็กหญิงผู้เสียหายยังเรียนอยู่ชั้น ป.1 เท่านั้น จึงต้องระมัดระวังเรื่องการคุ้มครองสิทธิเด็กและสภาพจิตใจของครอบครัวเป็นสำคัญ ในส่วนของขั้นตอนทางคดี เบื้องต้นต้องรอผลตรวจชันสูตรอย่างเป็นทางการจากแพทย์ เพื่อยืนยันบาดแผลและคราบเลือดว่าเกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจริงหรือไม่ นอกจากนี้ หากพบว่าผู้ปกครองฝ่ายผู้ก่อมีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลยหรือมีส่วนรู้เห็น ก็จะต้องพิจารณาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ต่อไป