ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผู้ว่าฯ น่าน สั่งระดมกำลังอพยพประชาชนพื้นที่เสี่ยง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ขณะที่ ชาวบ้านผวา ! หวั่นจะซ้ำรอย
เจ้าของคลิปบอกว่า ตั้งแต่อุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ตนเองเพิ่งจะได้กลับเข้าบ้าน มาวันแรกก็เจอฝนถล่ม ฟ้ารั่ว เพียงครึ่งชั่วโมง ฝนที่เทลงมาก็ทำน้ำนองเต็มถนน
สถานการณ์น่าเป็นห่วง ทาง ปถ.จังหวัด ต้องส่งข้อความแจ้งเตือน ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอปัว และ อำเภอท่าวังผา ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลองและลำน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขา ขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถและทรัพย์สินมีค่า รวมถึงเอกสารสำคัญไปไว้ในที่ปลอดภัย และระวังอันตรายจากไฟฟ้าดูด
ส่วนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ โดยเร็วที่สุด
ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งการด่วนให้นายอำเภอปัว เร่งประเมินสถานการณ์ พร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย โดยเฉพาะ บ้านเฮี้ย, บ้านร้อง และ บ้านขอน พร้อมสั่งผู้ใหญ่บ้านแจ้งเตือนประชาชนผ่านเสียงตามสาย เร่งเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ฝนตกเยอะสุดที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน วัดได้ 84.6 มิลลิเมตร
ที่จังหวัดพิษณุโลก ฝนถล่มเมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) ส่งผลให้แม่น้ำและลำคลองหลายสายมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ แม่น้ำวังทอง ที่ไหลผ่านอำเภอวังทอง ล่าสุด ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 6 เมตร 70 เซนติเมตร เหลืออีกประมาณ 2 เมตร 30 เซนติเมตร จะถึงระดับ 9 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวัง และมีความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งตามจุดที่ลุ่มต่ำ
ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก จึงนำธงเหลืองไปปักเตือนประชาชนริมแม่น้ำวังทอง ในพื้นที่ตำบลวังนกแอ่น ตำบลชัยนาม ตำบลวังทอง ตำบลวังพิกุล รวมถึงเขตเทศบาลตำบลวังทอง โดยขอให้บ้านเรือนที่อยู่ติดริมแม่น้ำ เร่งเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำ
ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เทศบาลเมืองหล่มสัก ปัก "ธงแดง" หลังระดับน้ำแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นแตะ 8 เมตร 12 เซนติเมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ปภ.เตือนพื้นที่นอกแนวพนังกั้นน้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำ ในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก รวมถึงพื้นที่ตำบลใกล้เคียง เตรียมรับสถานการณ์ โดยขอให้ประชาชนยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์ และเก็บเอกสารสำคัญให้พ้นน้ำ พร้อมระวังอันตรายจากไฟฟ้า และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด
ยังอยู่กันที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดับน้ำที่บึงสามพันเอ่อล้นฝายชะลอน้ำ เจ้าของคลิป ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรถอเนกประสงค์เหยียบคันเร่งฝ่ากระแสน้ำ แบบนี้อันตราย ไม่ควรทำ
ขณะที่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านป่าแป๋ หมู่ที่ 3 ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พบว่าปริมาณน้ำในลำห้วยอมลานเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมี ฝนตกเหนือต้นน้ำ
จึงขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้านท้ายน้ำ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่แม่น้ำแม่สะเรียง และส่งผลกระทบต่อลำน้ำยวมซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำทางท้ายน้ำ
ส่วนกรุงเทพมหานคร เมื่อเย็นวานนี้ฝนตกฟ้าถล่ม ถนนหลายสาย กลายเป็นคลองเพราะน้ำระบายไม่ทัน อย่างเจ้าของคลิปนี้ "คุณแนน" ซ้อนรถจักรยานยนต์ลุยน้ำ ในซอยลาดพร้าว 80 น้ำสูงเกือบประมาณ 30-40 เซนติเมตร เดินทางเข้าออกลำบากมาก
และอีกหลาย ๆ จุดที่คนกรุงแชร์คลิปความยากลำบากหลังเลิกงาน รถก็ติด ฝนก็ตก น้ำก็ท่วม ตัวอยู่บนถนน แต่ใจอยากกลับบ้านเหลือเกิน ซึ่งฝนที่ตกลงมา หนักเกิน 70 มิลลิเมตร ที่บางรัก และธนบุรี ส่วนพญาไท จตุจักร วังทองหลาง ปทุมวัน ดินแดง และสัมพันธวงศ์ เกิน 60 มิลลิเมตร ซึ่งตกหนักเกินกว่าที่ท่อระบายน้ำรุ่นเก่าของกรุงเทพมหานครจะรับได้
ลงใต้ไปที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ ไลฟ์การ์ด และชาวบ้าน ระดมกำลังค้นหานักท่องเที่ยวชายชาวโมร็อกโก อายุประมาณ 25 ปี หลังจมหายกลางทะเลบริเวณหน้าหาดกะตะ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 กันยายน ท่ามกลางคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ในช่วงเวลาเดียวกัน มีรายงานนักท่องเที่ยวจมน้ำอีก 2 คน โดยไลฟ์การ์ดช่วยขึ้นฝั่งได้ 1 คน ส่วนอีกคนถูกคลื่นซัดจมหายไปต่อหน้าต่อตาเพื่อน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ปรับแผนจากการดำน้ำ เปลี่ยนเป็นใช้เจ็ตสกีลาดตระเวนตามทิศทางกระแสน้ำ พร้อมเดินเท้าค้นหาตามชายฝั่งและซอกหิน แต่ยังไม่พบผู้สูญหาย โดย หาดกะตะ ยังปักธงแดง เตือนจุดอันตรายแต่นักท่องเที่ยวยังฝ่าฝืน จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกือบทุกวัน
ขอบคุณภาพจาก : Facebook บลูบลู้ ฤทัยรัตน์