สนามข่าว 7 สี - ตำรวจ กรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุม ชายชาวจีนที่หลบหนีคดีเข้าไทยมากบดานตัวนานกว่า 10 ปี เปิดโรงงานผลิตยางรถยนต์ มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท โอนทรัพย์สินให้ลูกชายสวมสิทธิ์ถือครอง
จุดเริ่มต้นคดีนี้มาจากการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร มีการนำภาพใบหน้า "นายเมียว เล็ต อ่อง" อายุ 37 ปี ซึ่งเดินทางเข้าไทย ครั้งแรกเมื่อ 17 มิถุนายน 2556 ไปตรวจเทียบ แล้วเจอว่า ตัวจริง คือ "นายลี่ เหวยตง" ผู้ต้องหาคดีสนับสนุนการทุจริตโครงการของรัฐบาลจีนในช่วงระหว่างปี 2556-2559 ที่หลบหนีคดีเข้ามาในไทย โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา
จากนั้นก็พบว่า นายลี่ ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นมา 3 แห่ง ระหว่างอยู่ในไทย ในตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ถือหุ้นร้อยละ 39, ร้อยละ 21 และ ร้อยละ 40 ในลักษณะของการถือหุ้นไขว้กัน แล้วยังมี 3 คนไทย เป็นนอมินี รวมทุนจดทะเบียน 3 โรงงาน 191 ล้านบาท และยังพบการถือครองที่ดินอีก 7 แปลง ประมาณ 28 ไร่ รวมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท
นอกจากคดีนอมินีแล้ว ยังพบเมื่อปี 2564 "นายเมียว" ได้ทำร้ายร่างกาย "นางสาวหลู่ เขียวหลิง" พนักงานบริษัทอย่างทารุณ เพื่อบังคับให้เซ็นยินยอมรับสภาพหนี้ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุก 1 ปี 30 เดือน 30 วัน โดยไม่รอลงอาญา
ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ จะพิพากษาแก้เป็นจำคุก 2 ปี 10 เดือน ปรับ 20,000 บาท และให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลฎีกา
และยังด้วยพบว่า มีการนำบุตรชายของตัวเอง มาสวมสิทธิ์ใช้เอกสารแทนผู้เสียชีวิตคนไทย โดยใช้ชื่อใหม่ว่า "นายธนดล" เกี่ยวพันกับการออกเอกสาร ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่เพิ่งมีปฏิบัติการ "สลายหมอกเชียงดาว" จับกุมปลัดอำเภอไปก่อนหน้านี้
ผลสอบถาม ผู้ต้องหา ให้การยอมรับ ตามที่ตำรวจสืบสวนพบข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหลบหนีคดีทุจริตคอรัปชันในจีน มาฟอกขาวในไทย เรื่องการสวมสิทธิบัตรประชาชนคนไทย
บางช่วง ผู้ต้องหา โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกชาย ยังบอกว่า ตอนนี้ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว อยากกลับประเทศจีน และผลการตรวจ DNA ก็ยืนยันข้อเท็จจริง ว่า ลูกชายของผู้ต้องหา ไม่ใช่คนไทยจริง ๆ
แน่นอนว่าหลังจากนี้ ยังมีเรื่องต้องขยายผลโดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเพิ่งจะซักถามข้อมูล ยังไม่ได้สอบปากคำอย่างละเอียด เชื่อว่าผู้เข้าข่ายกระทำผิดอาจไม่มีแค่นี้