คอลัมน์หมายเลข 7 : เลือกตั้ง 66 วาระคนไทย หยุดคนโกง บริหารชาติ

View icon 89
วันที่ 8 มี.ค. 2566 | 20.09 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง โอกาสจะกลับไปอยู่ในมือของนักการเมือง ที่ผ่านมาจึงมีกลุ่มคนที่พยายามจะใช้สนามนี้ในการช่วงชิงอำนาจ ในขณะที่ชีวิตประชาชนกลับยังไม่ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง ขณะที่สำรวจความเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้ พบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ประชาชนให้ความสำคัญกับปัญหาคอร์รัปชัน ติดตามประเด็นนี้ใน คอลัมน์หมายเลข 7

การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น มาพร้อมกับความคาดหวังของประชาชน ซึ่งต่างอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะความเป็นอยู่และปากท้อง รวมถึงนโยบายแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน

เสียงสะท้อนนี้ สอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายการเลือกตั้ง 2566 ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้รวบรวมผ่านตัวแทนประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,255 คน

ซึ่งส่วนใหญ่อยากเห็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม ว่าจะวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างไร รวมทั้งตรวจสอบได้ และที่สำคัญมีรายละเอียดเกี่ยวกับกับการใช้งบประมาณ

ในผลการสำรวจ ยังระบุถึงปัญหาที่ต้องการเร่งให้มีการจัดการแก้ไขมากที่สุด คือ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน รองลงมาเป็นการศึกษา และการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นทิศทางที่คนไทยอยากเห็นจากการเลือกตั้ง 2566

การเลือกตั้งแต่ละครั้ง สามารถแบ่งนักการเมืองได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยากเข้าสู่อำนาจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และกลุ่มที่เข้าสู่อำนาจโดยยอมหลับตาข้างเดียวเพื่อให้อยู่ในอำนาจ ทั้ง 2 กลุ่มนี้ คนไทยไม่อยากเห็น และอยากเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งสุดท้าย ที่สมาชิกวุฒิสภาจะมีโอกาสได้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จึงยิ่งมีความสำคัญในการวางรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคง แต่การหาเสียงกำหนดนโยบายแบบเกทับบลัฟแหลก เป็นเรื่องที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ มีความกังวล เพราะมีแนวโน้มว่า หลังเลือกตั้งจะได้รัฐบาลผสม หากต้องนำทุกนโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลมาดำเนินการ อาจสร้างความเสียหาย จนนำไปสู่วิกฤตหนี้สาธารณะ ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 61 ของจีดีพี เพราะหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองทบทวนนโยบายหาเสียง ห้ามใช้เงินเกินกว่าวงเงินที่เคยเสนอต่อ กกต. และไม่ใช้เงินนอกงบประมาณ เพื่อสร้างความรับผิดชอบในการดำเนินนโยบายต่อประชาชน

การเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ ถือเป็นวาระคนไทยที่ต้องร่วมกันกำหนดอนาคตชาติ เพราะอำนาจในมือประชาชนมีแค่ก่อนหย่อนบัตร แต่เมื่อบัตรลงกล่องไปแล้ว อำนาจจะเปลี่ยนมือไปเป็นของผู้แทน

อยากเห็นการบริหารที่โปร่งใส จึงต้องไม่เลือกคนซื้อเสียง หยุดขายเสียง สร้างจุดเปลี่ยนประเทศ ที่ประชาชนคือผู้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่เปิดช่องให้คนใช้เงินลงทุนซื้ออำนาจ นำอำนาจนั้นมาสูบเลือด สูบเนื้อจากภาษีประชาชน