ดีเอสไอ เรียกกรมศุลกากร ให้ข้อมูลเนื้อหมูเถื่อน

View icon 119
วันที่ 20 ก.ค. 2566 | 11.34 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน DSI ยังทำงานอยู่เรื่อย ๆ เนื้อหมูทั้ง 161 ตู้ ตรวจสอบเสร็จหมดแล้ว มีตัวแทนหน่วยงานรัฐเข้าแจ้งความเรียบร้อย และวันนี้ก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะผู้กล่าวหา

ไล่เรียงการทำงานในช่วงที่ผ่านมา วันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI, กรมศุลกากร และกรมปศุสัตว์ ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่ตรวจยึดไว้ที่ท่าเรือฮัทชิสัน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 33 ตู้ ที่พบมีตับหมู เนื้อหมูสามชั้น เนื้อหมู หลอดลมหมู เครื่องในหมู หูหมู ขาหมู จากนั้นวันที่ 7 ก็ไปตรวจอีก 28 ตู้ ที่ท่าเรือเดียวกัน พบเนื้อหมูแช่แข็งอีกจำนวนมาก

เช่นเดียวกับวันที่ 10, 11 และ 12 ที่ไปตรวจทั้งที่ ท่าเรือฮัทชิสัน, ท่าเรือเอเวอร์กรีน, ท่าเรือซีวายฯ, ท่าเรือแหลมฉบังฯ, ท่า TIPS, ท่าเรือเคอร์รี่ และท่าเรือเคอร์รี่สยาม ตรวจตู้คอนเทนเนอร์อีก 39 ตู้, 35 ตู้ และ 26 ตู้ ตามลำดับ จนครบทั้งหมด 161 ตู้ ทั้งหมดพบชิ้นส่วนเนื้อหมูแช่แข็ง ในจำนวนนี้มี 2 ตู้ ที่มีใบอนุญาตขนนำเข้าด้วย

พอได้ผลการตรวจสอบมาแล้ว ร้อยตำรวจเอก ชาญณรงค์ ทับสาร เลขานุการคณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ก็ได้เรียกประชุมเพื่อหารือความคืบหน้าทางคดีกับคณะพนักงานสอบสวนของ DSI ได้ข้อสรุปว่า

จะออกหมายเรียกบริษัท "สายเรือ" 17 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเนื้อหมูดังกล่าว มาให้ปากคำในฐานะพยานก่อน ส่วนบริษัทเอกชน "ชิปปิง" 11 แห่ง ที่เกี่ยวข้อง ก็จะต้องตรวจสอบเช่นกันว่า มีการดำเนินการใดที่ผิดปกติหรือไม่

ขณะที่วันนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะเรียกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบังมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการแล้ว มีการตรวจสอบเอกสารบันทึกคำให้การไปส่วนหนึ่ง แต่ยังมีประเด็นต้องซักถามเพิ่ม จากนั้นจะเชิญ "ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร" มาให้ข้อมูล กฎ กติกา มารยาทในการนำเข้า-ส่งออก ซึ่งจะทำไปพร้อม ๆ กับการไล่คำให้การของ "สายเรือ" และ "ชิปปิง" เพื่อเปรียบเทียบดูข้อพิรุธว่ามีข้อสงสัย หรือพบความผิดปกติตรงจุดใดหรือไม่

ส่วนเรื่องการฝังกลบเนื้อหมูที่ตรวจสอบเสร็จแล้ว นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้เลือกพื้นที่ในการดูแลของทหารขนาด 1 ไร่ ในอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่ฝังกลบ เนื่องจากพื้นที่นี้ กรมปศุสัตว์เคยทำหนังสือขอใช้สำหรับปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์มาก่อนแล้ว อีกทั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำและชุมชนตามหลักเกณฑ์สากลในการฝังกลบทำลายซากสัตว์ แต่ส่วนที่ยังเป็นกังวล คือ ทุ่นระเบิดค้างเก่า ที่หลงเหลือจากสงครามในอดีตที่ยังไม่ถูกทำลาย คาดว่าใน 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจนเรื่องการทำลาย

ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ DSI และกรมศุลกากร จะเรียกเก็บจากผู้นำเข้า แต่ตัวเลขอาจไม่ถึง 12 ล้านบาท เหมือนที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้