กวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เปิดตู้สินค้าพิสูจน์ “สุชาติ” ประกาศส่งคืนประเทศต้นทาง ลั่นไทยไม่ใช่ที่ทิ้งขยะของโลก ปีที่ผ่านมาส่งคืน 5 ล้าน กก.
วันนี้ (10 มี.ค.69) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบตู้สินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล และเศษพลาสติก จากประเทศต้นทางต่างประเทศ ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศส่งคืนขยะพิษกลับไปยังประเทศต้นทาง ประเทศไทยไม่ใช่ที่ทิ้งขยะของโลก ปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ส่งคืนขยะอิเล็กทรอนิสก์ 5 ล้านกิโลกรัม สำหรับผู้ลักลอบนำเข้าสำแดงเท็จมีโทษทั้งจำคุกและปรับ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายข้ามชาติ ตามที่ดีเอสไอ ได้รับข้อมูลข่าวกรองจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล (BAN) ภายใต้ปฏิบัติการเฝ้าระวังการค้าขยะผิดกฎหมาย ซึ่งตรวจพบความเคลื่อนไหวของตู้สินค้าต้องสงสัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้สืบสวนและประสานกรมศุลกากรเพื่ออายัดตู้สินค้าต้องสงสัยรวม 714 ตู้ ที่เข้าข่ายลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกโดยมิชอบ
นายพันธ์ทอง ลอยกสุนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การตรวจสอบในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เปิดตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 18 ตู้ กลุ่มแรก จำนวน 12 ตู้ เป็นสินค้าของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง สำแดงสินค้าเป็น “เศษเหล็ก” ประเทศกำเนิดเฮติ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเศษเหล็กปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวมประมาณ 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท
กลุ่มที่สอง จำนวน 4 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ได้รับข้อมูลจากดีเอสไอ สำแดงเป็นสินค้า “Metal Scraps” และ “Mixed Metal” จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีปลายทางการขนส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง
กลุ่มที่สาม จำนวน 2 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่กรมศุลกากรได้อายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติได้รับแจ้งข้อมูลจากเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็น “เศษอลูมิเนียม” จากประเทศสหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์