สองสาวเสิร์ฟน้ากับหลานซวยสองชั้น ถูกโจรถีบรถ จยย. จี้ชิงทรัพย์ ผวาลางาน 2 วัน ถูกไล่ออก กลายเป็นคนตกงาน

สองสาวเสิร์ฟน้ากับหลานซวยสองชั้น ถูกโจรถีบรถ จยย. จี้ชิงทรัพย์ ผวาลางาน 2 วัน ถูกไล่ออก กลายเป็นคนตกงาน

View icon 286
วันที่ 20 ก.ค. 2566 | 15.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (20 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา เวลา 02.40 น. ได้มีเหตุการณ์คนร้ายชิงทรัพย์หญิงสาว 2 คน ซึ่งเป็นน้ากับหลาน เหตุเกิดบนถนนสายบ้านเหนือ หมู่ 3 ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา โดยผู้เสียหายทั้ง 2 คน ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา กระทั่งถูกคนร้ายเป็นชายอายุ 30 ปี ขับรถจักรยานยนต์ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดบังใบหน้าตามประกบ แล้วถีบรถจนล้มริมถนน จากนั้นได้เดินลงไปข่มขู่ทำท่าเหมือนจะชักอาวุธปืนออกมาจากเอว โดยขู่ว่า “ไหนๆ กระเป๋าอยู่ไหน ไม่ให้กูจะยิง” และกระชากกระเป๋าสะพายขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยในกระเป๋ามีเงินสด 1,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และพระเครื่อง 6 องค์

ต่อมาหลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหอยโข่ง นำโดย พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.คลองหอยโข่ง พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัชวุฒิ อ่อนแพง รองผกก.สส., ร.ต.ท.อภิชาติ จันทบูรณ์ รอง สว.สส. และ ร.ต.อ.ธเนตร์ ฮ่อสกุล รอง สว.(สอบสวน) ได้นำกำลังลงพื้นที่ตามแกะรอยหาเบาะแสของคนร้ายทันที โดยไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายขับหลบหนีต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน กระทั่งพบว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ สีแดง ทะเบียน 8455 สงขลา ขับไล่หลังรถจักรยานยนต์ของน้าหลานคู่นี้มา ซึ่งผู้ก่อเหตุคือ นายปัญญา สีหานาม อายุ 34 ปี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหอยโข่ง ได้จับกุมตัว นายปัญญา ได้แล้ว โดยตามไปจับกุมได้ที่บ้าน พื้นที่ ม.3 ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมของบางส่วนคือ พระเครื่องที่เหลืออยู่ 1 องค์ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่ใช้ก่อเหตุ รวมทั้งผ้าเช็ดหน้าที่ปิดบังใบหน้า โดยแจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะ

จากการสอบสวน นายปัญญา รับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุชิงทรัพย์จริง ตำรวจจึงควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ รวมทั้งจุดที่นำกระเป๋าไปทิ้งบนเส้นทางสายบ้านเหนือ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่าง อ.คลองหอยโข่ง ไปยัง อ.สะเดา โดยมี น.ส.กาญ อายุ 31 ปี และ น.ส.เมย์ อายุ 24 ปี น้ากับหลานซึ่งเป็นผู้เสียหาย มาชี้ตัวยืนยัน ขณะที่นายปัญญาได้ยกมือไหว้ขอโทษทั้ง 2 คน และทั้ง 2 น้าหลานก็ใจดีบอกว่า ให้เลิกเป็นโจร และอย่าไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนกับใครอีก

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายทั้ง 2 คน เปิดเผยว่า หลังจากถูกโจรชิงทรัพย์ในคืนนั้นตกใจกลัวอย่างหนัก ไม่กล้าขับรถไปทำงาน และต้องลาหยุด 2 วัน และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดรอบสอง เพราะตอนที่กลับไปทำงานที่ร้านอาหาร ปรากฏว่าเถ้าแก่ได้ให้ออกจากงาน แม้ว่าพวกตนจะแจ้งลางานแล้วว่า ถูกโจรชิงทรัพย์ แต่เถ้าแก่ก็ยังให้ออก โดยอ้างเหตุผลว่าต้องการเปลี่ยนพนักงานและผู้จัดการใหม่ทั้งหมด เพื่อปรับปรุงร้าน แต่ไปๆ มาๆ ตนถูกให้ออกกันแค่ 2 คน ส่วนคนอื่นๆ ทราบว่ายังทำงานปกติ และที่ช้ำหนักไปอีกคือ ตอนที่ขอรับเงินค่าจ้างต้องนั่งรอจนปิดร้าน และได้รับเงินค่าจ้างไม่ครบ จากที่ตกลงกันไว้ว่าคืนละ 200 บาท แต่ได้แค่คืนละ 170 บาท เท่านั้น พวกตนทั้ง 2 คน ก็ต้องจำใจรับ และออกจากงาน จนถึงตอนนี้ก็ยังว่างงานอยู่

ผู้เสียหายบอกอีกว่า ตอนที่ไปคุยกับผู้จัดการร้าน และเล่าเรื่องที่ถูกโจรชิงทรัพย์ พร้อมเอาภาพวงจรปิดคนร้ายให้ดู ผู้จัดการร้านยังไม่เชื่อ โดยบอกว่า ไม่มีทางที่ตำรวจจะไปตามไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดให้ แค่ตำรวจพูดปัดไปเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางตำรวจ สภ.คลองหอยโข่ง ลงพื้นที่ตามคดีไล่ภาพกล้องวงจรปิดให้ตลอดตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนกระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งตนทั้ง 2 คน ประทับใจมากที่่ตำรวจติดตามคนร้ายอย่างเต็มที่ และถ้าเป็นไปได้ก็แทบจะเขียนคุณงามความดีให้กับตำรวจ สภ.คลองหอยโข่ง ด้วย